ปลาหมอคางดำ ไม่ต้องรอคำพิพากษาให้ถึงที่สุด

Category: คอลัมนิสต์
Published on Sunday, 27 September 2026 08:37
Hits: 63
       ผมยอมรับจากใจจริงว่า รู้สึกกังวลใจและเป็นห่วงอย่างที่สุดกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในแถบลุ่มน้ำปาว
ปลาหมอคางดำ       เพราะหากจะเปรียบผืนแผ่นดินอีสานเป็นร่างกาย ลำน้ำปาวและอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาวแห่งเมืองกาฬสินธุ์ ก็เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิต เป็นทั้งหัวใจและตู้กับข้าวธรรมชาติที่คอยเติมเต็มพลังกาย พลังใจ ให้กับพี่น้องชาวอิสานเหนือมาหลายชั่วอายุคน
       แต่ในวันนี้ สายน้ำที่เคยเป็นแหล่งกำเนิดความอุดมสมบูรณ์ กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งใหญ่ เมื่อผลการตรวจเบื้องต้นยืนยันถึงการปรากฏตัวของปลาสายพันธุ์รุกรานอย่าง "ปลาหมอคางดำ" ในพื้นที่ไข่แดงสัตว์น้ำเศรษฐกิจแห่งนี้
       ซึ่งไม่ใช่เพียงเรื่องของปลาแปลกหน้าชนิดหนึ่งที่หลุดรอดเข้ามาในธรรมชาติ แต่คือสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตที่อาจสั่นคลอนไปถึงรากแก้วของเศรษฐกิจฐานราก ความมั่นคงทางอาหาร และสุขภาพของพวกเราทุกคน
      ความกังวลนี้มีตัวเลขความจริงรองรับอย่างชัดเจน ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา กาฬสินธุ์ยืนหยัดอย่างเต็มภาคภูมิในฐานะศูนย์กลางและแหล่งผลิตสัตว์น้ำเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของภาคอีสาน โดยมีมูลค่าเศรษฐกิจรวมในพื้นที่ที่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงสูงถึงกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี
      เม็ดเงินมหาศาลเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขในรายงาน แต่เป็นหยาดเหงื่อและลมหายใจของเกษตรกรนับพันครัวเรือน ทั้งกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามราว 1,225 ราย บนเนื้อที่เลี้ยงกว่า 8,500 ไร่ ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละประมาณ 1,000 ล้านบาท และกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังอีกกว่า 425 ราย รวมมากกว่า 12,000 กระชัง ซึ่งสร้างมูลค่าอีกกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี
       หากเกิดการแพร่ระบาดจนควบคุมไม่อยู่และสายพันธุ์ผู้รุกรานนี้หลุดรอดเข้าสู่ระบบบ่อปิดและกระชังเลี้ยง พฤติกรรมการล่าที่ดุร้าย การแย่งอาหาร และการกัดกินตัวอ่อนสัตว์น้ำวัยอ่อน จะทำให้ผลผลิตลดฮวบจนเกษตรกรต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนสะสม ส่งผลให้เม็ดเงินหมุนเวียนหลักพันล้านบาทต่อปีนี้เสี่ยงที่จะสูญสลายไปในพริบตา เกินกว่าที่กระดูกสันหลังของเศรษฐกิจฐานรากจะแบกรับความเสียหายไว้ไหว
      ยิ่งไปกว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจเชิงพาณิชย์ สิ่งที่ผมเป็นห่วงอย่างยิ่งและไม่อาจมองข้ามได้เลย คือผลกระทบต่อวิถีชีวิตดั้งเดิมและสุขภาพของพี่น้องชาวบ้านในท้องถิ่น เมื่อลำน้ำปาวทำหน้าที่เป็นคลังโปรตีนธรรมชาติชั้นดีที่เข้าถึงได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำที่สุดสำหรับครัวเรือนฐานราก ชาวประมงพื้นบ้านที่พึ่งพาการจับสัตว์น้ำเพื่อบริโภคและนำไปขายเป็นรายได้เสริมกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก
     เพราะเมื่อปลาหมอคางดำ เริ่มกลายเป็นสัตว์น้ำสายพันธุ์เด่นในแหล่งน้ำธรรมชาติ มันจะล่าไข่ปลาและตัวอ่อนของปลาพื้นเมืองจนปริมาณสัตว์น้ำท้องถิ่นลดลงอย่างรวดเร็ว บีบให้ชาวบ้านจับปลาได้น้อยลงเรื่อยๆ ส่งผลให้ความมั่นคงทางโภชนาการของครอบครัวเปราะบางลงทันที และสิ่งที่แฝงความน่ากลัวไว้ลึกที่สุด คือความเสี่ยงต่อสุขภาวะ หากความกดดันจากความเสียหายทางเศรษฐกิจผลักดันให้เกษตรกรตื่นตระหนกจนหันไปพึ่งพาสารเคมีหรือสารพิษที่ไม่ปลอดภัยในการล้างบ่อและกำจัดปลา สารเคมีตกค้างเหล่านั้นย่อมไหลเวียนปนเปื้อนสู่น้ำ ดิน ตลอดจนสัตว์น้ำที่ชาวบ้านจับมาบริโภค เกิดเป็นห่วงโซ่สารพิษที่ย้อนกลับมาทำร้ายสุขภาพของประชาชนในพื้นที่โดยตรง
       สถานการณ์ที่เขื่อนลำปาวในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงภาระของคนในพื้นที่เท่านั้น และไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยให้พี่น้องเกษตรกรต้องต่อสู้ตามลำพังหรือรอการแก้ไขตามขั้นตอนราชการแบบเดิมได้อีกต่อไป หากแต่เป็นโจทย์เร่งด่วนที่กระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ต้องเร่งยกระดับมาตรการสกัดกั้นอย่างเด็ดขาดและทันท่วงที
       ทั้งการปูพรมสำรวจจัดแนวกันชนทางน้ำ การสนับสนุนอุปกรณ์และเทคโนโลยีคัดกรองน้ำเข้าแปลงเลี้ยง การตั้งจุดรับซื้อเพื่อตัดวงจรการขยายพันธุ์ ตลอดจนการบังคับใช้มาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำอย่างเข้มงวด การร่วมมือกันระหว่างพลังของชุมชนท้องถิ่นกับกลไกสนับสนุนเชิงรุกของภาครัฐในเวลานี้
      จึงมีความหมายเท่ากับการ #พิทักษ์มูลค่าทางเศรษฐกิจกว่าสองพันล้านบาท และการรักษาเสถียรภาพของครัวเรือนเกษตรกร รวมถึงการคุ้มครองสุขภาพ ของลูกหลานชาวอีสานให้มีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ ปลอดภัยและยั่งยืน ก่อนที่หายนะทางธรรมชาติและเศรษฐกิจจะลุกลามจนยากเกินเยียวยา!!!
    เสียหายมากกว่ายี่สิบจังหวัดแล้ว!!!!!
มงคล ลีลาธรรม

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100