'ติดอาวุธทางปัญญา' ให้กับอาสาฯ อย่างรอบด้าน
'ติดอาวุธทางปัญญา' ให้กับอาสาฯ อย่างรอบด้าน ในคำกล่าวปิดการอบรมอาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้น รุ่นที่ 41 ประจำปี 2569 ของสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA)
ผมได้ชวนผู้อบรมและอาสาฯทุกท่านมองภาพตลาดทุนไทยร่วมกันว่า ในวันที่เงินเฟ้อกำลังกัดกินมูลค่าเงินออม การพึ่งพาเพียงบัญชีเงินฝากแบบเดิมไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยอีกต่อไป แต่คือความเสี่ยงที่ทำให้กำลังซื้อลดทอนลงทุกขณะ ทางออกสำคัญคือการยกระดับจากการเป็นเพียงผู้ออมไปสู่ การออมผ่านการลงทุน เพื่อให้เม็ดเงินของเราได้ทำหน้าที่เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง
แต่หัวใจที่จะสร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุนรายบุคคลก้าวเข้ามาได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่เพียงตัวเลขกำไร แต่คือความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งมักมีช่องว่างทางข้อมูลระหว่างผู้บริหารกับผู้ถือหุ้นรายบุคคล อาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้นจึงเปรียบเสมือนดวงตาและปากเสียงแทนผู้ลงทุนนับล้านคนที่ไม่สามารถเข้าประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM) ได้ด้วยตนเอง
ภารกิจนี้จึงเป็นการเริ่มต้น'ติดอาวุธทางปัญญา' ให้กับอาสาฯ อย่างรอบด้าน ทั้งมิติของการสแกนสุขภาพทางการเงินเชิงลึก การอ่านงบการเงิน การแกะรอยกระแสเงินสดเพื่อจับสัญญาณผิดปกติของการผ่องถ่ายผลประโยชน์หรือการ "รับซ้าย จ่ายขวา" ควบคู่ไปกับการ "รู้เท่าทันกฎเกณฑ์และกติกา" ต่างๆ ที่สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กำหนดขึ้น ทั้งข้อบังคับเรื่องรายการที่เกี่ยวโยงกัน เกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลสำคัญ และสิทธิต่างๆ ในวาระการประชุม เพื่อให้ทุกท่านมีความรู้ที่เท่าทันเกมธุรกิจและข้อกฎหมาย ไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในเชิงข้อมูล
เมื่อมีความรู้และภูมิคุ้มกันทางกฎเกณฑ์เป็นรากฐาน การทำหน้าที่ของอาสาฯ จึงไม่ใช่เข้าร่วมประชุมสามัญ (AGM) อย่างไร้ทิศทาง แต่เป็นการปฏิบัติงานด้วยหัวใจสำคัญ 3 ประการ คือ 'เต็มใจ' ด้วยการยึดถือประโยชน์ส่วนรวมและจิตสาธารณะเป็นที่ตั้ง 'เต็มความรู้' ด้วยการทำการบ้านอย่างหนักเพื่อให้ทุกข้อซักถามคมชัด ตรงจุด ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง และ 'เต็มศักดิ์ศรี' ด้วยการแสดงออกที่สุภาพ สง่างาม น่าเกรงขาม จนทำให้คณะกรรมการและฝ่ายบริหารต้องรับฟังและชี้แจงอย่างจริงจัง
พลังการประเมินคุณภาพภาคประชาชนที่เข้มแข็งจากความรู้จริงนี้ เมื่อผสานเข้ากับหน่วยงานกำกับดูแลอย่างสำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเติมเต็มระบบนิเวศตลาดทุนไทยให้สมบูรณ์ เพราะความโปร่งใสไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้เอง แต่ต้องอาศัยการร่วมมือกันปกป้อง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับเงินลงทุนของคนไทยทุกคนในระยะยาวต่อไป...
มงคล ลีลาธรรม














