'หญ้าบนกำแพง' (墙头草)
วันก่อนผมมีโอกาสได้ดูซีรีส์จีนเรื่องหนึ่ง แล้วสะดุดกับคำเปรียบเปรยโบราณที่ว่า'หญ้าบนกำแพง' (墙头草) ซึ่งหมายถึงต้นหญ้าที่เติบโตอยู่บนยอดกำแพงสูง แม้จะดูเด่นสง่าอยู่เหนือผู้คน แต่กลับไร้ซึ่งรากแก้วคอยยึดเหนี่ยว ยามลมพัดไปทางไหนก็พร้อมจะโอนอ่อนเอนเอียงไปทางนั้นอย่างไร้จุดยืน
ยิ่งได้ดูความหมาย ก็ยิ่งสะท้อนใจให้นึกถึงความเป็นไปของการเมืองไทยในยามนี้ ที่เรามักเห็นภาพของนักการเมืองบางกลุ่มและข้าราชการระดับสูงบางคน ที่ใช้ชีวิตและอำนาจหน้าที่ไม่ต่างอะไรจากหญ้าลู่ลม ย้ายขั้วสลับฝ่ายเพื่อรักษาสถานะและหวังเพียงตำแหน่งแห่งหน พลิ้วไหวไปตามกระแสตัณหาและอำนาจวาสนามากกว่าจะยึดมั่นในสัจจะวาจาและอุดมการณ์เพื่อประชาชน
ขณะที่คนในระบบราชการจำนวนไม่น้อยก็เลือกวางตัวเกียร์ว่าง เอาตัวรอดปลอดภัยไปวันๆ เพื่อประคองตนให้พ้นภัย มากกว่าจะยืนหยัดในหลักการและความถูกต้อง
การเมืองที่ไร้รากและขาดความรับผิดชอบเช่นนี้ กำลังผลักดันให้บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะชะงักงัน นโยบายระยะยาวขาดความต่อเนื่อง และสิ่งที่สูญเสียไปอย่างประเมินค่าไม่ได้ คือวิกฤตศรัทธาที่ทำให้หัวใจของประชาชนเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เบื่อหน่าย และมองภาพลักษณ์ของการเมืองไทยตกต่ำลงไปทุกที
เพราะหญ้าบนกำแพง แม้จะอยู่สูงเพียงใด หากวันใดที่พายุใหญ่โหมกระหน่ำหรือกำแพงพังทลาย ย่อมถูกพัดปลิวหายไปอย่างไร้ร่องรอยแห่งคุณงามความดี
ผมเขื่อว่าสังคมไทยในวันนี้ เราคาดหวังที่อยากจะเห็นจิตสำนึกและความกล้าหาญทางจริยธรรมของผู้บริหารบ้านเมือง ที่กล้าลุกขึ้นมายืนหยัดเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน กล้าเอาจริงเอาจังกับการสร้างรากแก้วแห่งความซื่อสัตย์สุจริต และกล้าที่จะรักษาคำมั่นสัญญาที่มีไว้ต่อแผ่นดิน
ถึงเวลาแล้วครับ ที่พวกเราทุกคนในสังคมจะร่วมกันสร้างค่านิยมใหม่ เลิกยกย่องคนพริ้วไหวตามผลประโยชน์ แต่หันมาเชิดชูคนจริงที่มีจุดยืนมั่นคง เพื่อร่วมกันพลิกฟื้นศรัทธาและนำพาบ้านเมืองของเราให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป.
มงคล ลีลาธรรม














