TIA 'นักลงทุนรายย่อย'หรือ'แมงเม่า'

Category: คอลัมนิสต์
Published on Wednesday, 16 September 2026 03:20
Hits: 201

แมงเม่า'นักลงทุนรายย่อย'หรือ'แมงเม่า'
      เพราะภารกิจสำคัญนี้'สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย'จึงแตกต่างกับสมาคมอื่นๆที่เกิดขึ้นในวงการผู้ลงทุนไทย
ในสมรภูมิของตลาดทุนไทย เรามักจะคุ้นเคยกับคำว่า'นักลงทุนรายย่อย'หรือ'แมงเม่า'ที่หลายคนมองว่าเป็นเพียงกลุ่มคนที่เข้ามาซื้อๆ ขายๆ และมักตกเป็นรองในเกมการเงินเสมอ
     ในอดีต เมื่อเกิดปัญหารายย่อยมักต้องเผชิญชะตากรรมอย่างโดดเดี่ยว
      นั่นคือเหตุผลที่ทำให้สมาคมและชมรมเกี่ยวกับนักลงทุนรายย่อยหรือผู้ลงทุนรายบุคคลที่สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยได้ให้คำนิยาม เกิดขึ้นมากมายในปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่เน้นไปที่การให้ความรู้ด้านเทคนิค การจัดสัมมนาแบ่งปันลายแทงหุ้น หรือการรวมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร
แต่คำถามคือ ในยามเกิดวิกฤตหรือเมื่อบริษัทจดทะเบียนในตลาดฯ ขาดธรรมาภิบาล ใครจะเป็นคนที่ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิ์และ'ร่วมต่อสู้'เพื่อความถูกต้องให้ผู้ลงทุนรายบุคคลอย่างแท้จริง?
นี่คือ จุดตัดสำคัญที่ทำให้'สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย'(Thai Investors Association: TIA) มีความแตกต่างจากสมาคมทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเราไม่ได้เป็นเพียงสมาคมวิชาชีพหรือชมรมคนรักการลงทุนทั่วไป แต่เราคือ'1 ใน 7 องค์กรหลักที่ร่วมกันจัดตั้งสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)'
ที่มีกฎหมาย รองรับ มีข้อบังคับ และวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการเป็นผู้ขับเคลื่อน ยกระดับ และปกป้องผลประโยชน์ของนักลงทุนรายบุคคลอย่างเป็นรูปธรรม นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532
หากจะอธิบายว่า TIA แตกต่างจากสมาคมนักลงทุนอื่นๆ อย่างไร คงต้องดูที่ 3 'กลยุทธ์เชิงรุก'ที่เราทำ ซึ่งยังไม่พบว่าสมาคมไหนทำ
       1.เราเข้า'ถือหุ้นทุกบริษัท'ไม่ใช่เพื่อกำไร แต่เพื่อสิทธิ์ในการตรวจสอบ
ในขณะที่สมาคมอื่นเฝ้ามองอยู่ภายนอก แต่ TIA ใช้กลยุทธ์เข้าถือหุ้นสามัญในบริษัทจดทะเบียน 'ทุกบริษัท'ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
       การถือหุ้น 1 หุ้นของเรา ไม่ได้ทำเพื่อมุ่งหวังเงินปันผลหรือกำไรส่วนต่าง แต่เป็น 'ตั๋วผ่านทางตามกฎหมาย' ที่ทำให้เรามีสิทธิ์ส่งตัวแทนเข้าประชุม ซักถาม ตรวจสอบ และสะท้อนมุมมองของผู้ถือหุ้นรายย่อยเข้าไปถึงในห้องประชุมบอร์ดบริหารโดยตรง
 แมงเม่า        2. ผู้กำหนดทิศทาง'ธรรมาภิบาล'(CG Rating) ของประเทศ
         เราไม่ได้ทำงานแบบตั้งรับ แต่เราเป็นผู้ขับเคลื่อนมาตรฐานผ่าน โครงการประเมินผลการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM Checklist)ดำเนินมาต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2549 ซึ่งความเข้มข้นของเกณฑ์ที่เราประเมินนั้น คิดเป็นคะแนนสำคัญถึง 2 ใน 5 ข้อ ของหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) ของประเทศไทย ถ้าบริษัทมหาชนไหนคิดจะละเลยผู้ถือหุ้นรายย่อย เกณฑ์คะแนนของ TIA จะเป็นมาตรวัดความโปร่งใสที่พวกเขาปฏิเสธไม่ได้
        3. เราทำหน้าที่ที่พึ่งสุดท้ายของนักลงทุนรายบุคคลเมื่อเกิดความเสียหาย นั่นคือ"ผู้ประสานงานรวบรวมผู้เสียหายและจัดตั้งทนายความในการดำเนินคดีแบบกลุ่ม" (Class Action) ซึ่งกรณีเกิดการทุจริตจนสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง นักลงทุนรายย่อยมักไม่มีกำลังทรัพย์หรือเวลามากพอที่จะไปฟ้องร้องมหาเศรษฐีหรือบริษัทข้ามชาติ TIA จึงก้าวเข้ามาทำหน้าที่เป็น ตัวแทนในการดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action)รวบรวมผู้เสียหาย ฟ้องร้อง และสู้คดีจนถึงที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่ารายย่อยจะไม่ต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป
        หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของข้อกฎหมาย แต่คือ'คุณภาพของบุคลากร'
       ที่ผ่านมา TIA ได้ส่งเสริมและติดอาวุธทางปัญญาแก่อาสาสมัครและส่ง 'อาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้น' เข้าไปทำหน้าที่ในห้องประชุมรวมแล้วกว่า 600 คน
        และในวันนี้ เมื่อเราจับมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ใน 'โครงการ JUMP+' เพื่อปลดล็อกศักยภาพและความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับภาคธุรกิจ เราได้ยกระดับความเข้มข้นขึ้นไปอีกขั้น เราได้คัดสรรกลุ่ม'อาสาทรงคุณวุฒิและอาวุโสจำนวน 100 คน'(ผู้หญิง 68 คน ผู้ชาย 32 คน) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในโลกธุรกิจเข้ามาเป็นหัวหอกสำคัญ โดยหากเปิดดู Profile ของทีมขับเคลื่อนชุดนี้ จะพบความแข็งแกร่งที่น่าทึ่ง
     ด้วยวัยวุฒิที่ตกผลึกอาสาพิทักษ์สิทธิ์ของเราอายุเฉลี่ยสูงถึง 54 ปี(สูงสุด 75 ปี) เป็นวัยที่เพียบพร้อมด้วยความสุขุม รอบรอบ และผ่านร้อนผ่านหนาวในโลกธุรกิจมาอย่างยาวนาน
       ด้วยการศึกษาระดับสูง โดยมีสัดส่วนผู้จบปริญญาโทถึง 59 คน และปริญญาเอก 6 คน จึงมั่นใจได้ในมุมมองเชิงวิชาการและกลยุทธ์ที่เฉียบคม
และด้วยความหลากหลายของอาชีพสายตรง ซึ่งประกอบด้วย ข้าราชการระดับสูงเกษียณอายุ (21 คน), นักลงทุนมืออาชีพ (20 คน), เจ้าของธุรกิจ (16 คน), และคนทำงานภาคเอกชน (14 คน)
     รวมถึงที่ปรึกษา นักบัญชี และทนายความ
      คนทั้ง 100 คนนี้ ไม่ใช่ผู้สังเกตการณ์ที่เดินถือสมุดไปจดคะแนน แต่คือ 'พลังอาสาของผู้ทรงคุณวุฒิ'ที่พร้อมจะเข้าไปให้ข้อเสนอแนะเชิงรุก แนะนำ ส่งเสริม และสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อความเจริญเติบโตที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับธรรมาภิบาล
      ดังนั้น สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA) จึงไม่ใช่แค่สมาคมวิชาชีพทั่วไป แต่เป็นองค์กรหลักในสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ที่มีข้อบังคับและวัตถุประสงค์ชัดเจนในการเป็นผู้ขับเคลื่อน ยกระดับ และผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อความเติบโตที่ยั่งยืนคู่ธรรมาภิบาล
      ผ่านพลังขับเคลื่อนของบุคลากรทรงคุณวุฒิที่มีคุณภาพ เพื่อนำพานักลงทุนรายบุคคลและบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนปลอดภัยในทุกวิกฤต เพราะเราเชื่อว่า ตลาดทุนที่แข็งแกร่งและเป็นธรรม ไม่ได้เกิดขึ้นจากการปล่อยให้รายใหญ่เดินนำเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดขึ้นจากการมี'องค์ความรู้และเกราะคุ้มกัน'ที่เข้มแข็งคอยเคียงข้างนักลงทุนรายบุคคลทุกคน
     นั่นคือ หน้าที่ของพวกเรา'สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA)'
มงคล ลีลาธรรม
นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100