'อยู่รอด อยู่เป็น อยู่ยาว'
TIA 'อยู่รอด อยู่เป็น อยู่ยาว'
หัวใจสำคัญของการเป็นนักลงทุนตคุณภาพ ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจดิจิทัล และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
คำว่า'อยู่รอด อยู่เป็น อยู่ยาว'ถือเป็นคาถาและปรัชญาสำคัญสำหรับ Thai Investors (นักลงทุนไทย) ในยุคนี้ ที่ต้องเผชิญกับตลาดหุ้นที่มีความผันผวนสูง มีปัจจัยระดับโลกเข้ามากระทบอย่างต่อเนื่อง และวัฏจักรเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
ผมขอเชิญชวน อาสาพิทักษ์ผู้ถือหุ้นทุกท่าน มองภาพตลาดทุนไทยร่วมกันว่า ในวันที่เงินเฟ้อกำลังกัดกินมูลค่าเงินออน การพึ่งพาเพียงบัญชีเงินฝากแบบเดิมไม่ไช่ทางเลือกที่ปลอดภัยอีกต่อไป
แต่คือความเสี่ยงที่ทำให้กำลังซื้อลดลงทุกขณะ ทางออกสำคัญคือการยกระดับจากการเป็นเพียงผู้ออมไปสู่การออมผ่านการลงทุนเพื่อให้เม็ดเงินของเราได้ทำหน้าที่เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง
แต่หัวใจที่จะสร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุนรายบุคคลก้าวเข้ามาได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่เรื่องตัวเลขกำไร แต่คือความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งมักมีช่องว่างทางข้อมูลระหว่างผู้บริหารกับผู้ถือหุ้นรายบุคคล
“อาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้น จึงเปรียบเสมือนดวงตา และปากเสียงแทนผู้ลงทุนนับล้านคนที่ไม่สามารถเข้าประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM)ได้ด้วยตนเอง
ภารกิจนี้จึงเป็นการเริ่มต้น 'ติดอาวุธทางปัญญา'ให้กับอาสาฯ อย่างรอบด้าน ทั้งมิติของการสแกนสุขภาพทางการเงินเชิงลึก การอ่านงบการเงิน การแกะรอยกระแสเงินสดเพื่อจับสัญญาณผิดปกติของการผ่องถ่ายกดประโยชน์หรือการ'รับซ้าย จ่ายขวา'
ควบคู่ไปกับการ'รู้เท่าทันกฎเกณฑ์และกติกา'ต่างๆ ที่สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กำหนดขึ้น ทั้งข้อบังคับเรื่องรายการที่เกี่ยวโยงกัน เกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลสำคัญ และสิทธิต่างๆ ในวาระการประชุม เพื่อให้ทุกท่านมีความรู้ที่เท่าทันเกมธุรกิจและข้อกฎหมาย ไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในเชิงข้อมูล
เมื่อมีความรู้และภูมิคุ้มกันทางกฎเกณฑ์เป็นรากฐาน การทำหน้าที่ของอาสาฯ จึงไม่ไปเข้าร่วมประชุมสามัญ (AGM) อย่างไร้ ทิศทาง แต่เป็นการปฏิบัติงานด้วยหัวใจสำคัญ 3 ประการ คือ
'เส้นใจ'ด้วยการยึดถือประโชน์ส่วนรวมและจืดสายายมาเป็นที่ตั้ง
'เต็มความรู้' ด้วยการทำการบ้านอยางหนักเพื่อให้ทุกข้ซักถามคมชัด ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง และ
'เติมศักดิ์ศรี' ด้วยการแสดงออกที่สภาพสง่างาม น่าเกรงขาม จนทำให้คณะกรรมการและะฝ่ายบริหารต้องรับฟังและชี้แจงอย่างจริงจัง
หลังการประเป็นคุณภาพภาคประชาชนที่เข้มแข็งจากความรู้จริงนี้ เมื่อผสานเข้ากับหน่วยงานกำกับดูแลอย่างสำนักงาน ก.ล.ต.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุน (FETCO) สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ตลอดจนทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเติมเต็มระบบนิเวศตลาดทุนไทยให้สมบูรณ์
เพราะความโปร่งใสไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้เอง แต่ต้องอาศัยการร่วมมือกันปกป้อง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและสร้างความมั่นคง ยังยืนให้กับเงินลงทุนของคนไทยทุกคนในระยะยาวต่อไป..
โดย มงคล ลีลาธรรม
นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย














