ลงทุนมีสิติ ไม่ตื่นตระหนก
ลงทุนมีสติ ไม่ตื่นตระหนก ตลอดเดือนที่ผ่านมา ผมได้เฝ้าสังเกตตัวเลขดัชนีและปริมาณซื้อขายในกระดานตลาดหลักทรัพย์ที่มีความเคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างผันผวนจนต้องเฝ้าระวัง
เพราะสิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่ทิศทางของดัชนีที่ขยับขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่คือสภาพจิตใจของพวกเรานักลงทุนรายบุคคลที่มักจะถูกสั่นคลอนได้ง่ายจากตัวเลขปริมาณการซื้อขายและข่าวสารระยะสั้น
โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการยืมหุ้นมาขายชอร์ต หรือ Short Selling ผ่านบริการ SBL(Securities Borrowing and Lending) คือ การยืมหลักทรัพย์จากโบรกเกอร์หรือผู้ถือหุ้นรายอื่นมาขายก่อน แล้วรอซื้อหุ้นนั้นคืนในราคาที่ต่ำกว่าในภายหลังเพื่อส่งมอบคืน (Cover) ที่มักจะกลายเป็นหัวข้อร้อนแรงและสร้างความตื่นตระหนกให้ใจหายใจคว่ำกันอยู่เสมอ
เมื่อตัวเลขการขายชอร์ตพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมูลค่ารวมสะสมขยับไปไกล ตัวเลขระดับนี้ ย่อมทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นหุ้นหลายตัวโดนแรงกดดัน
แต่ก่อนที่เราจะคล้อยตามกระแสหรือตัดสินใจเทขายหุ้นออกไปอย่างไร้ทิศทาง ผมอยากชวนเพื่อนๆ อาสาพิทักษ์สิทธิ์และนักลงทุนทุกท่านมาทำความเข้าใจเบื้องหลังของกลไกนี้ให้ลึกซึ้ง เพื่อที่เราจะได้มองเห็นภาพที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่วิ่งอยู่บนกระดาน
การยืมหุ้นมาขายชอร์ตนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในตลาดทุนสากล และมีกฎเกณฑ์ควบคุมที่รัดกุมจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เช่น การห้ามทำ Naked Short Selling เด็ดขาด และการใช้เกณฑ์ราคาขายอย่าง Uptick Rule เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาทุบราคาหุ้นลงตามอำเภอใจ และสาเหตุที่เราเห็นปริมาณการชอร์ตหนาแน่นในหุ้นขนาดใหญ่ช่วงนี้ ส่วนใหญ่มาจากการบริหารความเสี่ยงของกองทุนต่างชาติ การเก็งกำไรเชิงกลยุทธ์เมื่อหุ้นบางตัวมีมูลค่าตึงตัว รวมถึงการทำงานของระบบ Program Trading ที่ส่งคำสั่งอัตโนมัติ
เมื่อธุรกรรมนี้เกิดขึ้น ย่อมมีทั้งฝ่ายที่ได้ประโยชน์อย่างกลุ่ม Short Sellers ที่ทำกำไรได้เมื่อราคาหุ้นลง หรือบรรดากองทุนเจ้าของหุ้นที่ได้รับค่าธรรมเนียมการยืมเป็นรายได้เสริม ขณะเดียวกันก็มีฝ่ายที่ต้องระมัดระวังความเสี่ยงอย่างพวกเรานักลงทุนรายบุคคลที่อาจเกิดอาการตื่นตระหนกจนเผลอขายหุ้นทิ้งตามแรงกดดันระยะสั้น
แต่ในมุมกลับกัน ฝ่ายที่ยืมหุ้นมาขายเองก็มีความเสี่ยงไม่น้อยหากเจอภาวะ Short Squeeze เมื่อมีข่าวดีวิ่งสวนทางจนต้องรีบแย่งกันซื้อหุ้นคืนในราคาแพงขึ้น
ข้อมูลที่น่าสนใจ คือ หุ้นบางตัวมีปริมาณสถานะขายชอร์ตสะสมที่ยังไม่ได้ซื้อคืนค้างอยู่ในระบบค่อนข้างสูง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ตัวเลขสะสมเหล่านี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่มันคือ แรงซื้อแฝงในอนาคต เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่ยืมหุ้นมาขาย ก็มีภาระผูกพันที่จะต้องหาเงินมาซื้อหุ้นคืนเพื่อส่งมอบกลับเข้าระบบเสมอ
ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือพวกเราต้องไม่ตื่นตระหนกหรือ Panic Sell เพียงเพราะเห็น Volume ชอร์ตหนาแน่นบนหน้าจอ หากบริษัทที่เราเลือกลงทุนมีพื้นฐานแข็งแกร่ง งบการเงินดี และมีปันผลสม่ำเสมอ ราคาที่ย่อตัวลงมาจากแรงขายชอร์ตชั่วคราวอาจเป็นโอกาสอันดีในการสะสมหุ้นดีในราคาประหยัดมากกว่าการวิ่งตามกระแสข่าวลือ การหมั่นตรวจสอบข้อมูลรายงานการขายชอร์ตจากเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นประจำจะช่วยให้เรามีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่แม่นยำขึ้น
ตลาดหุ้นที่มีความผันผวนเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความรู้เท่าทันกลไกการลงทุนจะช่วยให้เรายืนหยัดได้อย่างมั่นคง ไม่ตื่นตระหนกไปกับตัวเลขชั่วคราว เราจะลงทุนได้อย่างมีความสุข และปลอดภัยในระยะยาวครับ!!!
มงคล ลีลาธรรม














