คนรุ่นใหม่เป็น'โค้ชส่วนตัว'
คนรุ่นใหม่เป็น'โค้ชส่วนตัว'
ผมได้คุยกับพี่คนหนึ่งที่เกษียณอายุจากงานประจำแล้ว พอได้คุยกันลึกๆ ผมก็รู้สึกได้เลยว่า แววตาของท่านยังคงมีประกายที่เต็มไปด้วยความผูกพัน และอยากมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนอยู่เสมอ แม้ว่าจะไม่ได้ทำงานแล้วก็ตาม
แต่ปัญหาของท่าน ก็คือ ร่างกายไม่สะดวกสบายเหมือนเมื่อก่อน การเดินทางก็ไม่คล่องตัวเหมือนเดิม การจะขับรถไปเยี่ยมชาวบ้านบ่อยๆ จึงเป็นเรื่องยาก
ผมเลยแนะนำให้ท่านรู้จักกับ AI และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เพื่อเปิดช่องทางใหม่ๆ ในการถ่ายทอดความรู้ และเป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนได้จากที่บ้าน
จากตรงนี้เอง ผมมองเห็นช่องทางทำธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ ลองนึกภาพการทำงานที่คล้ายๆ กับ 'ครูสอนพิเศษ หรือครูดนตรีที่คิดค่าสอนเป็นรายชั่วโมง' ดูสิครับ
ในขณะที่ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุมีคลังความรู้ ประสบการณ์จริง และความตั้งใจที่จะแบ่งปันเพื่อช่วยให้คนในท้องถิ่นมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ก็ยังกังวลเรื่องการใช้เทคโนโลยี ตรงนี้แหละ คือโอกาสทองของคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น'โค้ชส่วนตัว' โดยจัดหาอุปกรณ์ที่เหมาะกับท่าน และสอนการใช้งานแพลตฟอร์มต่างๆ แบบตัวต่อตัวทีละขั้นตอน
การทำงานแบบนี้ลงตัวมากๆ เพราะผู้ใหญ่เป็นเจ้าของเนื้อหาและประสบการณ์ที่มีค่า ส่วนคนรุ่นใหม่ก็รับผิดชอบเรื่องการจัดการระบบและเป็นโค้ชที่ดูแลอย่างใกล้ชิด แถมยังประสานงานกับร้านค้าหรือ SMEs เพื่อซื้ออุปกรณ์ในราคาส่งได้ นอกจากจะได้รายได้เป็นค่าสอนรายชั่วโมงแล้ว ยังมีส่วนต่างจากราคาที่เพิ่มมา ซึ่งสามารถนำไปช่วยครอบครัวได้อีกด้วย
ที่น่าสนใจ คือ โมเดลธุรกิจแบบนี้มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในวันที่ 30 กันยายนนี้ ที่จะมีกลุ่มผู้เกษียณอายุจำนวนมากพร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ เพิ่มเข้ามาเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ยินดีจ่ายเพื่อจะได้ทำในสิ่งที่รัก ได้ส่งต่อสิ่งดีๆ ได้พัฒนาสมอง และมีความสุขง่ายๆ ในวัยเกษียณ
โลกเราเปลี่ยนไปเยอะแล้วครับ ช่องว่างและความต้องการแบบนี้ยังมีอีกมาก ใครที่มองเห็นโอกาสก่อนก็ย่อมสร้างทั้งรายได้และคุณค่าทางสังคมไปพร้อมกันได้ก่อนคนอื่น.
มงคล ลีลาธรรม














