เกียดโห 吉和 สิริมงคลและความกลมเกลียว
เกียดโห 吉和 สิริมงคลและความกลมเกลียว วันก่อนผมมีโอกาสได้อ่านเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของ 'บ้านเก็ตโฮ่' ในหุบเขากะทู้ของภูเก็ต แล้วรู้สึกสะท้อนใจไม่น้อย เพราะในอดีตพื้นที่แห่งนี้เคยผ่านความขัดแย้งอย่างรุนแรงในยุคเหมืองแร่ดีบุกจากการแย่งชิงสายน้ำทำกิน
แต่สุดท้ายบรรพบุรุษกลับเลือกที่จะยุติความบาดหมางด้วยจิตวิญญาณแห่งความสมานฉันท์ ดังชื่อ '吉和 (เกียดโห)' ที่แปลว่า สิริมงคลและความกลมเกลียว จนสามารถหลอมรวมชาวจีน มลายู และคนพื้นถิ่นให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข พร้อมกับสร้างสรรค์วัฒนธรรมเปอรานากันอันงดงามและเข้มแข็งขึ้นมาได้
เมื่อตัดภาพกลับมามองข่าวสารในปัจจุบัน ผมกลับรู้สึกกังวลใจอย่างยิ่งที่เห็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของบ้านเรากำลังถูกกลุ่มทุนต่างชาติและเครือข่ายนอมินีรุกคืบเข้ามาถือครองทรัพยากร ทั้งที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริการอย่างครบวงจร จนเกิดสภาพ"เบียดขับ"คนในพื้นที่ให้ค่อยๆ กลายเป็นเพียงผู้อยู่อาศัยชั้นสองในบ้านเกิดของตนเอง
ซึ่งปรากฏการณ์นี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ภูเก็ตเท่านั้น แต่กำลังลุกลามราวกับโรคเรื้อรังไปยังพัทยา ปาย เกาะพะงัน และหัวหิน โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากนโยบายรัฐที่มุ่งเน้นเพียงตัวเลขทางเศรษฐกิจระยะสั้น เอื้อให้ต่างชาติเข้ามาพำนักได้ง่ายดาย ผนวกกับการละเลยและบังคับใช้กฎหมายที่หย่อนยาน จนปล่อยให้ผลประโยชน์มหาศาลไหลออกนอกประเทศ และทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิมไปอย่างน่าเสียดาย
แน่นอนว่า ผมไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุนการปล่อยปละละเลยให้โครงสร้างเหล่านี้กัดกร่อนบ้านเมืองของเรา ภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องตระหนักและหันมาบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังโดยเร็ว แต่ในระหว่างที่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายยังต้องใช้เวลา และอาจดูเป็นเรื่องไกลเกินกว่าที่คนตัวเล็กๆ จะแก้ไขได้ทันที สิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้คือการที่คนท้องถิ่นต้องไม่ยอมจำนนหรือหมดหวัง
หากเราลองหันกลับไปมองบทเรียนจากอดีต จะเห็นว่าบรรพบุรุษของเราผ่านวิกฤตและความขัดแย้งมาได้ ก็ด้วยการปรับตัวอย่างรู้เท่าทันและการสร้างพลังจากภายใน
วันนี้ เราจึงควรนำหัวใจแห่งความรักใคร่กลมเกลียวแบบ 'เก็ตโฮ่' กลับมาใช้อีกครั้ง ด้วยการจับมือรวมกลุ่มชุมชนให้เหนียวแน่น ชูคุณค่าทางวัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญา และเสน่ห์ท้องถิ่นดั้งเดิมให้เป็นเกราะคุ้มกันที่มีพลัง เพื่อทำให้ผู้มาเยือนต้องเป็นฝ่ายเคารพและปรับตัวเข้าหาวิถีถิ่น ไม่ใช่เข้ามากลืนกินเรา
เพราะเมื่อใดที่ชุมชนเข้มแข็งและยืนหยัดด้วยศักดิ์ศรี เราย่อมสามารถรักษาจิตวิญญาณของบ้านเกิด และสร้างสมดุลแห่งการอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและยั่งยืนด้วยการจัดระเบียบให้บ้านเราเองจนกลายเป็น"เจ้าถิ่น"ที่มีคุณภาพ ที่ต่างชาติมิอาจมองข้ามตัวตนที่มีศักดิ์ศรีของเราได้.
มงคล ลีลาธรรม














