Wang Yi กลไกหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน-ไทยได้จัดประชุมครั้งที่ 3

Category: CHINA
Published on Sunday, 26 April 2026 10:30
Hits: 311

Wang Yiสีหศักดิ์Wang Yi กลไกหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน-ไทยได้จัดประชุมครั้งที่ 3
       นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้จัดการประชุมกลไกหารือระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศจีน-ไทย ครั้งที่ 3 กับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ณ กรุงเทพฯ
       นายหวัง อี้ กล่าวว่า ปีที่แล้ว จีนและไทยได้ร่วมกันเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตและ'50 ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย'พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรก ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงและพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวได้บรรลุฉันทามติที่สำคัญในการส่งเสริมการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน หน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่นของทั้งสองประเทศได้นำฉันทามติสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการยกระดับความร่วมมือในด้านต่างๆ และเสริมสร้างรากฐาน
      'จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน'ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ปีนี้เป็นปีเริ่มต้นแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีน และเป็นปีเริ่มต้นการบริหารงานของรัฐบาลไทยชุดใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อนและผันผวน จีนยินดีที่จะร่วมมือกับไทยเพื่อความเจริญก้าวหน้าร่วมกัน โดยยึดมั่นในฉันทามติเชิงยุทธศาสตร์ที่ประมุขของทั้งสองประเทศได้บรรลุร่วมกัน ใช้กลไกหารือระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศในการประสานงาน ร่วมกันพัฒนาความทันสมัยของแต่ละฝ่าย ปฏิบัติการพหุภาคีนิยมอย่างแท้จริง และสร้าง 50 ปีทองใหม่สำหรับความสัมพันธ์จีน-ไทย พร้อมทั้งทำคุณูปการต่อการส่งเสริมความเป็นเอกภาพและการพึ่งพาตนเองของกลุ่มประเทศโลกใต้ตลอดจนสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค
        นายหวัง อี้ กล่าวอีกว่า จีนให้ความสำคัญกับประเทศไทยในด้านการทูตกับประเทศเพื่อนบ้านมาโดยตลอด โดยเคารพซึ่งกันและกัน ปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และแสวงหาการพัฒนาร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละฝ่าย และรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค เรายินดีที่จะเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่น่าไว้วางใจของประเทศไทยต่อไป สนับสนุนรัฐบาลไทยชุดใหม่ในการนำพาประชาชนไปสู่เส้นทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพการณ์ของประเทศ และส่งเสริมการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันจีน-ไทยที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
       เราเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยจะยังคงสนับสนุนภารกิจการรวมชาติอย่างสันติของจีนอย่างชัดเจน ทั้งสองฝ่ายควรคงไว้ซึ่งการแลกเปลี่ยนระดับสูงและเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองซึ่งกันและกัน เสริมสร้างการประสานยุทธศาสตร์การพัฒนาและเริ่มจัดทำแผนปฏิบัติการห้าปีฉบับใหม่ เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและกำจัดภัยร้ายของการพนันและการฉ้อโกง และเสริมสร้างความร่วมมือพหุภาคีเพื่อร่วมกันดำเนินการตามข้อริเริ่มระดับโลกสี่ประการ
       นายหวัง อี้ กล่าวว่า จีนสนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างประเทศด้วยการเจรจามากกว่าการใช้กำลังทหารมาโดยตลอด และหวังว่าไทยและกัมพูชาจะใช้ความยับยั้งชั่งใจและความเปิดกว้าง สร้างบรรยากาศที่ดีสำหรับการเจรจา เสริมสร้างความต่อเนื่องของการหยุดยิง ฟื้นฟูการติดต่อทวิภาคี แก้ไขข้อพิพาทชายแดนโดยเร็วที่สุด และรักษาสภาพแวดล้อมที่สงบสุขและมั่นคง ในฐานะที่เป็นมิตรประเทศของทั้งไทยและกัมพูชา จีนยินดีที่จะสร้างแพลตฟอร์มเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายฟื้นฟูความไว้วางใจและปรับปรุงความสัมพันธ์ต่อไป
       นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วกล่าวว่า ความสัมพันธ์ไทย-จีนมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ฟันฝ่าความผันผวนสถานการณ์โลก และยืนหยัดเคียงข้างกันเสมอมา พัฒนาและเติบโตแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างสองประเทศมีความใกล้ชิดยิ่งขึ้น และความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในด้านต่างๆ ก็ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ผันผวน ประเทศไทยจะยังคงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์กับจีน ยึดมั่นในนโยบายจีนเดียว และเสริมสร้างรากฐานทางการเมืองของความสัมพันธ์ไทย-จีนให้แข็งแกร่ง
      ประเทศไทยยินดีที่จะเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนระดับสูงกับจีน กระชับความร่วมมือรอบด้านในด้านต่างๆ เช่น การเชื่อมโยง การค้า และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การปราบปรามการพนันออนไลน์และการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม และส่งเสริมการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันไทย-จีน ประเทศไทยชื่นชมอย่างยิ่งต่อข้อริเริ่มระดับโลก 4 ประการที่เสนอโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และยินดีที่จะเสริมสร้างความร่วมมือพหุภาคีกับจีน เพื่อนำภูมิปัญญาเอเชียมาสู่สันติภาพและการพัฒนาของโลก ประเทศไทยขอขอบคุณจีนสำหรับความพยายามอย่างแข็งขันในการส่งเสริมการเจรจาสันติภาพและการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา และหวังว่าจีนจะแสดงบทบาทที่สร้างสรรค์ต่อไป
      ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือลุ่มแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขงและความร่วมมือในเอเชียตะวันออก และเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างการประสานงานและความร่วมมือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พัฒนาความร่วมมือลุ่มแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขง 2.0 ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น บรรลุผลสำเร็จในด้านต่างๆ เช่น การเชื่อมโยง การประสานงานด้านห่วงโซ่อุปทาน และทรัพยากรน้ำ และผลักดันการสร้างประชาคมลุ่มแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขงที่มีอนาคตร่วมกันไปสู่ระดับใหม่

 

'หวังอี้-สีหศักดิ์' หารือดัน 'เทคโนโลยี-EV-พลังงานสะอาด'จับมือสู้ภัยข้ามพรมแดน
      ไทย-จีนยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน เดินหน้าจัดทำแผนความร่วมมือฉบับใหม่ ดันเทคโนโลยี-พลังงานสะอาด-รับมือความท้าทายข้ามพรมแดน
      ไทยและจีนเห็นพ้องเดินหน้ายกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมไทย-จีนฉบับใหม่ มุ่งเน้นความร่วมมือเพื่อเตรียมพร้อมสู่อนาคต ทั้งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม ยานยนต์ไฟฟ้า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พลังงานทดแทน และการเปลี่ยนผ่านสีเขียว
ความคืบหน้าดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการประชุม กลไกหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย-จีน ครั้งที่ 3 ซึ่งมีสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว       รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีต่างประเทศจีน ร่วมเป็นประธานการประชุม ที่กระทรวงการต่างประเทศ และจังหวัดกระบี่
โดยสีหศักดิ์ย้ำถึงสายสัมพันธ์ไทย-จีนที่ยาวนานกว่า 50 ปี และระบุว่าทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นกระชับ หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายการสร้า'ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน'เพื่อเสริมความมั่นคง ความมั่งคั่ง และความยั่งยืน
      ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องร่วมกันแสดงบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาในภูมิภาค ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

 

เดินหน้าแผนปฏิบัติการร่วมฉบับใหม่
       หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของการหารือครั้งนี้ คือการเห็นพ้องจัดทำ แผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย-จีนฉบับต่อไป โดยกำหนดทิศทางความร่วมมือในสาขาที่สะท้อนการเตรียมพร้อมของทั้งสองประเทศสู่อนาคต
       สาขาความร่วมมือสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือ ได้แก่ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ยานยนต์ไฟฟ้า การพัฒนาทรัพยากร มนุษย์รองรับอุตสาหกรรมใหม่ การเปลี่ยนผ่านสีเขียว พลังงานทดแทน
       ทิศทางดังกล่าวสะท้อนความพยายามขยับความร่วมมือไทย-จีนจากมิติการค้าและการลงทุนแบบดั้งเดิม ไปสู่ความร่วมมือที่รองรับการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในระยะยาว

 

หารือความท้าทายภูมิภาค-ข้ามพรมแดน
      นอกเหนือจากความร่วมมือทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเชิงลึกในประเด็นระดับภูมิภาคและพหุภาคี รวมถึงการร่วมรับมือความท้าทายข้ามพรมแดนที่ส่งผลต่อภูมิภาคร่วมกัน
     ประเด็นสำคัญที่หารือ ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำ ปัญหามลพิษทางอากาศ การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
      ความร่วมมือในด้านดังกล่าวสะท้อนการขยายกรอบความสัมพันธ์ไทย-จีน จากความร่วมมือเศรษฐกิจและการเมือง ไปสู่ประเด็นความมั่นคงที่ไม่ใช่ทางทหาร และการจัดการความเสี่ยงร่วมในระดับภูมิภาค

 

ตอกย้ำบทบาทร่วมในภูมิภาค
      การประชุมครั้งนี้ยังสะท้อนความพยายามของไทยและจีนในการใช้กลไกหารือระดับรัฐมนตรีเป็นเวทีขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในช่วงที่ภูมิภาคและโลกเผชิญแรงกดดันจากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และความท้าทายข้ามพรมแดน
การเยือนของหวัง อี้ และผลหารือครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นอีกก้าวของการยกระดับความสัมพันธ์ไทย-จีนจาก'หุ้นส่วนความร่วมมือ'ไปสู่ความร่วมมือที่มีมิติเชิงยุทธศาสตร์ลึกขึ้น ทั้งในระดับทวิภาคี ภูมิภาค และเวทีพหุภาคี

 

Click Donate Support Web 

GSB720x100pxใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100CKPower 720x100QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100