MTC เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่ พร้อมชูดอกเบี้ยคงที่ [2.85 - 4.10]% ต่อปี คาดเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 26 - 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 นี้

Category: บริษัทจดทะเบียน
Published on Saturday, 11 April 2026 04:16
Hits: 1235

 

MTC เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่ พร้อมชูดอกเบี้ยคงที่ [2.85 - 4.10]% ต่อปี คาดเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 26 - 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 นี้

 

4178 MTC Paritat 

 

          บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “MTC”) ผู้นำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถในประเทศไทย เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่จำนวน 5 ชุด ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) คาดว่าจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 26 - 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ “A-(tha)” แนวโน้มมี “เสถียรภาพ” โดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569

          นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างยื่นแบบแสดงรายงานข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้ MTC ทั้ง 5 ชุด มีรายละเอียด ดังนี้

          หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [2.85]% ต่อปี

          หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี 11 เดือน 29 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.00 - 3.10]% ต่อปี 

          หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 5 ปี 11 เดือน 26 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.35 - 3.45]% ต่อปี

          หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 8 ปี 1 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.85 - 3.95]% ต่อปี และ

          หุ้นกู้ชุดที่ 5 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [4.00 - 4.10]% ต่อปี

          หุ้นกู้ MTC ทั้ง 5 ชุด มีกำหนดชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ เว้นดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระในวันครบกำหนดไถ่ถอนของหุ้นกู้แต่ละชุด โดยคาดว่าจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 26 - 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 นี้ จองซื้อจำนวนขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท โดยวัตถุประสงค์การจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ เพื่อไปใช้ชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้ (roll-over) และ/หรือ ซื้อทรัพย์สิน ลงทุน หรือเป็นเงินค่าใช้จ่ายในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน

          นายปริทัศน์ เพชรอำไพ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อที่ร้อยละ 10 - 15 พร้อมคุมสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (NPL) ให้ไม่เกินร้อยละ 2.55 ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีสินเชื่อคงค้างจำนวน 183,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,981 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.56 จากสิ้นปี 2567 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่มีประกันที่มียอดคงค้างจำนวน 164,242 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 30,739 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 6,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.17 และร้อยละ 14.59 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้รวม 27,902 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 5,867 ล้านบาท โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้เปิดสาขาเพิ่มขึ้น จำนวน 502 สาขา ทำให้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีสาขารวมทั้งสิ้น 8,673 สาขา ซึ่งครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนเปิดสาขาเพิ่มอีกราว 400 สาขาในปี 2569 เพื่อรองรับความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ ยังดำรงอัตราส่วนของสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (ค้างชำระเกิน 3 เดือน) ต่อลูกหนี้เงินให้สินเชื่อทั้งหมด (NPL Ratio) ที่ร้อยละ 2.53 ซึ่งอัตราส่วนดังกล่าวปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก ณ สิ้นปี 2567 ที่ร้อยละ 2.75 ทั้งนี้ Credit Cost ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.54 จากสิ้นปี 2567 ที่ร้อยละ 3.02

          “เมืองไทย แคปปิตอล ดำเนินธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ด้วยเป้าหมายในการยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงินของผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชน ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้มาตรฐานการดำเนินงานในระดับสากล โดยบริษัทฯ ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 และได้รับการประเมินในระดับ AA ในปี 2568 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงการได้รับคะแนนการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ (5 ดาว) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ได้แก่ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA), บริษัทเพื่อการลงทุนและการพัฒนาแห่งเยอรมนี (KfW DEG), บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC), ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และ Credit Guarantee and Investment Facility (CGIF) เพื่อผลักดันการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว สะท้อนบทบาทของบริษัทฯ ในฐานะผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในมาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance)” นายปริทัศน์ กล่าว

          สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ MTC สามารถจองซื้อจำนวนขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th หรือติดต่อผ่านสถาบันการเงินซึ่งเป็นผู้จัดการการจำหน่ายหุ้นกู้ ดังนี้

          ● ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (ยกเว้นสาขาไมโคร) โทร. 1333 หรือจองซื้อผ่านแอปพลิเคชัน Bangkok Bank Mobile Banking สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดา

          ● ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (โดยบุคคลธรรมดาจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน https://www.kasikornbank.com/kmyinvest ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา) โทร. 02-888-8888 กด 869 และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

          ● ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) (โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Mobile Application - CIMB THAI) โทร. 02-626-7777

          ● ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 777 6784 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

          ● บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02-165-5555 (โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปฯ Dime! และรวมถึง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน))

          ● บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โทร. 02-695-5555

          ● บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 02-658-5050

          ● บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-779-9000 

          ● บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด โทร. 02-249-2999

          ● บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-820-0100

          ● บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02-680-4004

          ● บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 1538 กด 1

          ● บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-009-8351-59

          ● บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-612-7164

          ● บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด โทร. 02-687-7543

          ● บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) โทร. 02-638-5500

          ● บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-055-5100 กด 1

 

หมายเหตุ: 

- บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้

- การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน

 

คำเตือน: โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในร่างหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต.

 

 

4178

Click Donate Support Web 

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100