คปภ.จับมือ 4 สมาคมประกันภัย ระดมความเห็นขับเคลื่อน'ครูประกันภัยจิตอาสา'เคาะนำร่อง 5 โรงเรียน
คปภ.จับมือ 4 สมาคมประกันภัย ระดมความเห็นขับเคลื่อน'ครูประกันภัยจิตอาสา'เคาะนำร่อง 5 โรงเรียน
สำนักงาน คปภ.ร่วมกับสมาคมภาคอุตสาหกรรมประกันภัย 4 แห่ง ได้แก่ สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน และสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย เห็นชอบโครงการ 'ครูประกันภัยจิตอาสา' ประจำปี 2569 โดยกำหนดโรงเรียนระดับประถมศึกษานำร่อง 5 แห่งในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ ครอบคลุมจังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดลพบุรี จังหวัดตรัง และจังหวัดราชบุรี
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า โครงการนี้สืบเนื่องจากเจตนารมณ์ร่วมที่ประกาศในเวที OIC Meets CEO เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อระดมศักยภาพบุคลากรในภาคธุรกิจประกันภัยเพื่อทำหน้าที่เป็น 'ครู' ให้ความรู้กับน้องๆ ระดับประถมศึกษา รวมถึงลงพื้นที่สนับสนุนการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนที่ขาดแคลน โดยผ่านการคัดกรองจากโรงเรียนเบื้องต้นกว่า 69 แห่งทั่วประเทศ
โครงการแบ่งรูปแบบการขับเคลื่อนออกเป็น 2 ลักษณะ ตามบริบทของแต่ละโรงเรียน สำหรับโรงเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนรู้ 3 แห่ง หน่วยงานภาคีจะส่งบุคลากรลงพื้นที่สอนเสริมนอกเวลาและมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการศึกษาด้วย ส่วนโรงเรียนที่ขาดแคลนครูวิชาชีพอีก 2 แห่ง
กลุ่มภาคีจะสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ด้านภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นความถนัดและเป็นพื้นฐานของบุคลากรในธุรกิจประกันภัย พร้อมสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการจ้างครูในพื้นที่เป็นผู้สอนและถ่ายทอดความรู้แก่น้องๆ นอกจากนั้นก็เป็นการสนับสนุนการจ้างงานในพื้นที่ด้วย
โครงการ 'ครูประกันภัยจิตอาสา' ถือเป็นครั้งแรกที่ภาคอุตสาหกรรมประกันภัยไทยรวมพลังกัน เพื่อส่งต่อความรู้ให้กับน้องๆ ในวิชาที่เป็นทักษะพื้นฐานการเรียนของเด็กๆ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป สายส่งเสริมและกันภัยภูมิภาค สำนักงาน คปภ.จะอัปเดตความคืบหน้าการลงพื้นที่ทั้ง 5 โรงเรียน
ทั้งภาพบรรยากาศการสอน ผลลัพธ์ที่วัดได้ และเสียงสะท้อนจากนักเรียนในพื้นที่จริง ผู้ที่สนใจติดตามพัฒนาการของโครงการสามารถติดตามได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ สำนักงาน คปภ. และสมาคมภาคีทั้ง 4 แห่ง “เพราะการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียนเล็กๆ ที่ห่างไกล อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับการศึกษาไทยที่ยั่งยืนกว่าที่เคย”













