ยูโอบี ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน ชูธุรกรรมทางการเงินเด่น คว้ารางวัลระดับนานาชาติ

Category: แบงก์พาณิชย์
Published on Wednesday, 21 October 2026 13:40
Hits: 135

 

ยูโอบี ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน ชูธุรกรรมทางการเงินเด่น คว้ารางวัลระดับนานาชาติ

สะท้อนบทบาทในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยสู่ความยั่งยืน

 

10351 UOB

นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย (กลาง) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร (จากซ้ายไปขวา) ได้แก่ นายยุทธเดช ปัทมานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Transaction Banking, นายมนัสวิน วินิจฉัยกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Corporate Banking และ Investment Banking, นางพณิตตรา เวชชาชีวะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Commercial Banking, นางสาวธมลวรรณ พฤกษ์สถาพร ผู้อำนวยการอาวุโส ESG Solutions ร่วมรับรางวัลด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนระดับนานาชาติ สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารในการสนับสนุนธุรกิจไทยสู่ความยั่งยืน

 

          ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน หลังคว้า 4 รางวัลระดับนานาชาติ สะท้อนบทบาทของธนาคารในฐานะพันธมิตรทางการเงินที่สนับสนุนภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน พร้อมช่วยผลักดันเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้เป็นโครงการลงทุนที่สามารถจัดหาเงินทุนและดำเนินการได้จริง ตลอดจนสร้างผลลัพธ์ที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

          ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้รับรางวัล Thailand International Green Financing Bank of the Year จาก Asian Banking & Finance Wholesale Banking Awards 2026 พร้อมคว้าอีก 3 รางวัลจาก The Digital Banker's Global Sustainable Finance Awards 2026 ได้แก่ Best Wholesale/Transaction Bank for Sustainable Finance – Thailand, Best Green Loan – Thailand และ Best Sustainability-Linked Loan – Thailand โดยรางวัลทั้ง 4 รางวัลสะท้อนถึงความเป็นผู้นำของธนาคารในการจัดหาเงินทุนเพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจและโครงการลงทุนที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

          นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ความยั่งยืนกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ องค์กรต่างๆ จึงต้องการโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจและนำไปใช้ได้จริง เพื่อเปลี่ยนเป้าหมายระยะยาวให้เป็นโครงการลงทุนที่สามารถจัดหาเงินทุนรองรับ ดำเนินการ และวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม รางวัลที่ธนาคารได้รับในปีนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการสนับสนุนลูกค้าด้วยโซลูชันทางการเงินที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืน”

          รางวัลเหล่านี้สะท้อนบทบาทของธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ในการขับเคลื่อนธุรกรรมทางการเงินสำคัญในหลากหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจไทย และศักยภาพในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การปรับตัวของภาคธุรกิจสู่ความยั่งยืน การระดมทุนอย่างยั่งยืนผ่านตลาดทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

          หนึ่งในธุรกรรมสำคัญคือ การสนับสนุนทางการเงินแก่ Levanta Renewables ซึ่งได้รับรางวัล Best Green Loan – Thailand โดยธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เป็นผู้จัดโครงสร้างและจัดหาเงินทุนสีเขียวสำหรับการเข้าซื้อกิจการและการลงทุนในโครงการ (Green Acquisition and Project Financing) เพื่อสนับสนุนการเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปิดดำเนินการแล้วจำนวน 34 โครงการทั่วประเทศไทย มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 230 เมกะวัตต์ ธุรกรรมดังกล่าวมีส่วนช่วยเร่งการขยายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำ โดยธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานร่วม (Joint Coordinator) ผู้จัดการเงินกู้หลัก (Mandated Lead Arranger) ผู้ให้สินเชื่อหลัก (Senior Lender) และผู้ให้บริการป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน (Hedge Provider)

          นอกจากนี้ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ยังได้รับรางวัล Best Sustainability-Linked Loan – Thailand จากการสนับสนุนสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน วงเงิน 1,000 ล้านบาท ให้แก่ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือโฮมโปร (HomePro) โดยเชื่อมโยงเงื่อนไขของสินเชื่อเข้ากับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่วัดผลได้ ได้แก่ การรักษาระดับ SET ESG Rating ที่ AAA และการคงสถานะเป็นสมาชิกของ Dow Jones BIC Emerging Markets (เดิมคือ Dow Jones Sustainability Indices Emerging Markets) อย่างต่อเนื่อง ธุรกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการผสานเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ากับกลยุทธ์หลักทางธุรกิจและการบริหารการเงินขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม

          ในด้านตลาดทุน ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ยังทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหลักและผู้จัดการการจองซื้อแต่เพียงผู้เดียว (Sole Lead Manager and Bookrunner) ในการออกหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond) มูลค่า 6,000 ล้านบาท ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNREIT) ซึ่งได้รับรางวัล Thailand's Best Sustainability-Linked Bond จากสื่อการเงินชั้นนำในภูมิภาค ธุรกรรมดังกล่าวนับเป็นการออกหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืนครั้งแรกของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ในประเทศไทย และเป็นการออกหุ้นกู้ REIT ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในรอบ 6 ปี พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ด้านการระดมทุนเพื่อความยั่งยืนในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยได้รับการตอบรับจากนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International Finance Corporation: IFC)

          ธุรกรรมเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการเงินเพื่อความยั่งยืนกำลังขยายบทบาทจากการสนับสนุนโครงการสีเขียวแบบดั้งเดิมไปสู่ภาคธุรกิจที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจค้าปลีก โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล หรืออสังหาริมทรัพย์ โดยธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มีบทบาทในการสนับสนุนลูกค้าให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ขับเคลื่อนกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน และบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่วัดผลได้

          ธนาคารยูโอบี พร้อมสนับสนุนการเงินเพื่อความยั่งยืนผ่านกรอบการดำเนินงานด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance Frameworks) ที่ครอบคลุมทั้งการเงินสีเขียว (Green Finance) การเงินที่เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Finance) การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance) และการเงินเพื่อการค้าที่ยั่งยืน (Sustainable Trade Finance) ในปี 2568 ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย สนับสนุนการจัดหาเงินทุนเพื่อความยั่งยืนรวมมูลค่ากว่า 74,600 ล้านบาท สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นของภาคธุรกิจในการลงทุนด้านความยั่งยืน เสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว

          “การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนต้องอาศัยทั้งเงินทุน นวัตกรรม และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ธนาคารยูโอบี ยังคงมุ่งมั่นเคียงข้างลูกค้าในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวพร้อมช่วยปลดล็อกโอกาสการเติบโตใหม่ทางธุรกิจ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศไทยสู่ความยั่งยืนในระยะยาว” นางวีระอนงค์ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

10351

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100