ขอความเห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลของรัฐสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยความร่วมมือด้านอาหาร การเกษตร และป่าไม้
ขอความเห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลของรัฐสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยความร่วมมือด้านอาหาร การเกษตร และป่าไม้

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอ ดังนี้
1. เห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลของรัฐสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยความร่วมมือด้านอาหาร การเกษตร และป่าไม้ (ร่างบันทึกความเข้าใจฯ) ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในประเด็นที่ไม่ใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของไทย ให้ กษ. พิจารณาดำเนินการได้โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีก
2. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ
สาระสำคัญของเรื่อง
1. เดิมคณะรัฐมนตรีมีมติ (2 ตุลาคม 2561) เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลของรัฐสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านอาหารและการเกษตร (บันทึกความเข้าใจฯ ปี 2561) และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ปี 2561 ซึ่งได้มีการลงนามเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจปี 2561 มีอายุ 5 ปี และได้สิ้นสุดอายุลงเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 ในครั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) จึงขอให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลของรัฐสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านอาหาร การเกษตร และป่าไม้ (ร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับใหม่) และขออนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับใหม่ ทั้งนี้ รายละเอียดของบันทึกความเข้าใจฯ ปี 2561 กับร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับใหม่ยังคงมีสาระสำคัญคงเดิม โดยเพิ่มเติมในบางประเด็น ดังนี้
|
หัวข้อ |
บันทึกความเข้าใจฯ ปี 2561 [ตามมติคณะรัฐมนตรี (2 ตุลาคม 2561)] |
ร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับใหม่ (เสนอคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้) |
||
|
รัฐสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ |
10 ประเทศ ได้แก่ (1) เนการาบรูไนดารุสซาลาม (2) ราชอาณาจักรกัมพูชา (3) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (4) ประเทศมาเลเซีย (5) สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (6) สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (7) สาธารณรัฐสิงคโปร์ (8) สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (9) ประเทศไทย และ (10) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม |
11 ประเทศ โดยเพิ่มประเทศที่ 11 ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต |
||
|
หลักการทั่วไปและวัตถุประสงค์ |
เดิมบันทึกความเข้าใจฯ ปี 2561 มีเฉพาะความร่วมมือด้านอาหารและการเกษตร โดยในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับใหม่ได้เพิ่มความร่วมมือด้านป่าไม้และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และสถานะของร่างบันทึกความเข้าใจฯ ที่จะไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย ดังนี้ 1. เสริมสร้างความร่วมมือด้านอาหาร การเกษตร และป่าไม้ บนพื้นฐานของความสมัครใจ ความเสมอภาค ประโยชน์ร่วมกัน และไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย (เพิ่มประเด็นป่าไม้ในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับใหม่) 2. ส่งเสริมการพัฒนาด้านการเกษตรและป่าไม้ในภูมิภาคอย่างยั่งยืน เสริมสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขันของผลิตภัณฑ์การเกษตรและป่าไม้ และการให้ความช่วยเหลือด้านดิจิทัลเทคโนโลยี (เพิ่มประเด็นป่าไม้และดิจิทัลในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับใหม่) 3. บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ไม่ขัดขวางการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจหรือความตกลงทวิภาคีหรือพหุภาคีเกี่ยวกับความร่วมมือด้านอาหาร การเกษตรและป่าไม้ของรัฐสมาชิกอาเซียนและจีน (เพิ่มประเด็นป่าไม้ในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับใหม่) |
|||
|
สาขาความร่วมมือ |
สาขาความร่วมมือในบันทึกความเข้าใจฯ ปี 2561 กับร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับใหม่ยังคงมีสาขาความร่วมมือเหมือนเดิม คือ ด้านอาหารและการเกษตร โดยมีประเด็น ที่ปรับปรุงเพิ่มเติมในแต่ละด้าน รวมทั้งในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับใหม่ได้เพิ่มสาขาความร่วมมือด้านป่าไม้และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น • ด้านอาหาร เช่น - การส่งเสริมความปลอดภัยอาหาร และการส่งเสริมความร่วมมือในกิจกรรม ด้านกำหนดมาตรฐาน (คงเดิม) - การสนับสนุนกลุ่มธุรกิจให้ได้รับการรับรองผลิตภัณฑ์อาหารในระดับนานาชาติ (เพิ่มเติม) • ด้านการเกษตร เช่น - การส่งเสริมการพัฒนาสีเขียว (คงเดิม) - การส่งเสริมข้อริเริ่มภาคการเกษตรและประมงโดยเน้นการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่เพื่อจัดการกับปัญหาเกษตรกรและชาวประมงสูงอายุ (เพิ่มเติม) - การเพิ่มทักษะความสามารถด้านดิจิทัลให้แก่เกษตรกรรายย่อยและธุรกิจการเกษตรขนาดเล็ก (เพิ่มประเด็นดิจิทัลในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับใหม่) • ด้านป่าไม้ (เพิ่มประเด็นป่าไม้ในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับใหม่) เช่น - การส่งเสริมและเสริมสร้างความร่วมมือในการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนและการค้าขายผลิตภัณฑ์ป่าไม้อย่างถูกกฎหมาย - การปรับปรุงและแบ่งปันข้อมูลในด้านกฎระเบียบและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์ด้านป่าไม้ การค้าไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ การปกป้องป่าไม้การจำกัดการแสวงหาประโยชน์ การขนส่ง การค้าขาย การแปรรูป และการใช้สอยไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้อย่างผิดกฎหมาย • รวมทุกด้าน เช่น - การส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยด้านอาหาร การเกษตร ป่าไม้ ระเบียบทางการค้า และอื่น ๆ (เพิ่มประเด็นป่าไม้ในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับใหม่) - การแลกเปลี่ยนการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลและขยายผลการประยุกต์ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศด้านอาหาร การเกษตร และป่าไม้ (เพิ่มประเด็นดิจิทัลและป่าไม้ในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับใหม่) - ความร่วมมืออื่น ๆ ในสาขาอาหาร การเกษตร และประมง ที่เห็นชอบร่วมกันระหว่างกลุ่มประเทศภาคี (คงเดิม) |
|||
ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการอาเซียนจะดำเนินกระบวนการลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าวให้แล้วเสร็จก่อนการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 48 ในเดือนตุลาคม 2569
2. กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้ว มีความเห็นสอดคล้องกันว่าร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับใหม่ไม่เป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 6 ตุลาคม 2569
g22














