ร่างแถลงการณ์ร่วมโดยนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยและนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ในโอกาสการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต
ร่างแถลงการณ์ร่วมโดยนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยและนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ในโอกาสการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมโดยนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยและ นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ในโอกาสการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ทั้งนี้หากมีการแก้ไขร่างแถลงการณ์ร่วมฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญหรือขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาดำเนินการโดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีอีก และให้นายกรัฐมนตรีร่วมรับรองร่างแถลงการณ์ร่วมฯ ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 9-10 ตุลาคม 2569 ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสนอ
สาระสำคัญของเรื่อง
1. ไทยและติมอร์ฯ มีความสัมพันธ์ราบรื่น โดยไทยเป็นประเทศหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของติมอร์ฯ และติมอร์ฯ มีทัศนคติที่ดีต่อไทยตั้งแต่เมื่อครั้งที่ไทยเข้าร่วมภารกิจของสหประชาชาติในการรักษาสันติภาพในติมอร์ฯ เมื่อปี 2542 และทั้งสองฝ่ายได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2545
2. นายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต ว่างเว้นจากการเยือนไทยอย่างเป็นทางการมาเป็นเวลา 13 ปี ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2556 และถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ติมอร์ฯ ได้เข้าเป็นสมาชิกอาเซียนอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2568 ดังนั้น การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเตในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญต่อการผลักดันความร่วมมือต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และเป็นโอกาสในการหารือเพื่อกำหนดแผนการดำเนินการร่วมกันในอนาคต
3. ร่างแถลงการณ์ร่วมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อสานต่อการดำเนินการที่ผ่านมา และกำหนดทิศทางความร่วมมือในอนาคตระหว่างไทยกับติมอร์ฯ ในสาขาความร่วมมือที่สำคัญ ได้แก่ ด้านกลาโหมและความมั่นคง เศรษฐกิจ ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา และความร่วมมือในระดับภูมิภาค โดยมีลักษณะเป็นการแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองและไม่มีถ้อยคำหรือบริบทใดที่มุ่งจะก่อให้เกิดพันธกรณีภายใต้บังคับของกฎหมายระหว่างประเทศ ดังนั้น ร่างแถลงการณ์ร่วมฯ จึงไม่เป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศและไม่เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560
4. ประโยชน์และผลกระทบ ร่างแถลงการณ์ร่วมฯ จะช่วยกำหนดทิศทางในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับติมอร์ฯ เพื่อนำประโยชน์มาสู่ประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 6 ตุลาคม 2569
g19














