ม.หอการค้าไทย ผนึก YEC ยก 12ธุรกิจจริงทั่วประเทศ เข้าห้องเรียนคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจสร้างสรรค์
ม.หอการค้าไทย ผนึก YEC ยก 12ธุรกิจจริงทั่วประเทศ เข้าห้องเรียนคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจสร้างสรรค์ ให้นักศึกษาคิดจริง ทำจริง แก้โจทย์จริง “CE AIpreneurทำธุรกิจจริงด้วย AI กับ YEC”

เปิดโครงการ “YEC x CE Real Business Challenge 2026” ส่งโจทย์ธุรกิจจริง ผลิตภัณฑ์จริง และปัญหาที่กำลังเผชิญจริง ให้นักศึกษาคณะ CE ลงมือแก้ โดยมีผู้ประกอบการและคณาจารย์ร่วมเป็นที่ปรึกษา พร้อมเผยแนวคิดพัฒนา“CE AIpreneur Studio, CESAR AI Chat และBeavatar CRM” ผู้ช่วยด้านการประกอบการสำหรับนักศึกษา สอดรับแนวทาง AI-First University
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยโดยคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจสร้างสรรค์ (CE)ร่วมกับหอการค้าไทยและกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าไทย (YEC)แถลงข่าวเปิดโครงการ“YEC x CE Real Business Challenge 2026”ภายใต้แนวคิด “CE AIpreneur ทำธุรกิจจริงด้วย AI กับ YEC”นำธุรกิจจริงของผู้ประกอบการ YEC จำนวน 12ธุรกิจจากทั่วประเทศมาเป็นโจทย์ให้นักศึกษาได้ศึกษา วิเคราะห์ และลงมือแก้ปัญหาธุรกิจจริงในห้องเรียน โดยมีผู้ประกอบการและคณาจารย์ผู้มีประสบการณ์ด้านธุรกิจร่วมให้คำแนะนำตลอดโครงการ พิธีแถลงข่าวจัดขึ้น ณ ห้องโถงอเนกประสงค์ อาคาร 24 ชั้น 18 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยมี รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คุณชาธิป ตั้งกุลไพศาล ประธานคณะกรรมการพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าไทย (YEC) และ ดร.ศุภสัณห์ ปรีดาวิภาต คณบดีคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจสร้างสรรค์ ร่วมแถลง พร้อมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการทั้ง 12ธุรกิจภายในงาน

จุดเด่นของโครงการอยู่ที่โจทย์ทั้งหมดไม่ใช่โจทย์จำลองแต่เป็นธุรกิจจริง ผลิตภัณฑ์จริง และปัญหาที่ผู้ประกอบการกำลังเผชิญอยู่จริง ผู้ประกอบการ YEC ทั้ง 12ราย มาจาก 7จังหวัด ครอบคลุมภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี พระนครศรีอยุธยาสระบุรีสมุทรสาคร สงขลา และอำนาจเจริญ ในหลากหลายประเภทธุรกิจ ทั้งอาหารและขนม บรรจุภัณฑ์และสิ่งพิมพ์ เฟอร์นิเจอร์และเครื่องนอน ผลิตภัณฑ์โฟมยาง อสังหาริมทรัพย์ อาร์ตทอยอัตลักษณ์ท้องถิ่น และเกษตรอินทรีย์ โดยคุณชาธิป ตั้งกุลไพศาลประธาน YEC ได้นำธุรกิจบรรจุภัณฑ์ของตนเองมาร่วมเป็นหนึ่งในโจทย์ด้วยผู้ประกอบการแต่ละรายจะนำธุรกิจและผลิตภัณฑ์ของตนมาให้นักศึกษาได้พูดคุยกับเจ้าของธุรกิจโดยตรง เพื่อทำความเข้าใจปัญหา ความต้องการ และข้อจำกัดของธุรกิจ ก่อนนำข้อมูลมาวิเคราะห์และพัฒนาแนวคิดในการแก้ไขปัญหา โดยโจทย์แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ การเพิ่มยอดขายและขยายช่องทางการตลาด การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ตามความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละราย โดยตลอดกระบวนการนักศึกษาจะได้รับคำแนะนำจากคณาจารย์ที่ปรึกษาประจำโจทย์และผู้ประกอบการ เพื่อนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงผลงานให้สามารถนำไปใช้ได้จริง ก่อนนำเสนอต่อเจ้าของธุรกิจตัวจริง ซึ่งแนวคิดที่มีความเป็นไปได้อาจได้รับการนำไปพัฒนาต่อยอดใช้จริง

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าวว่า “มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับโลกธุรกิจมาโดยตลอด เพราะเราเชื่อว่าการเรียนรู้จากตำราเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ นักศึกษาควรได้พบกับธุรกิจจริง ผู้ประกอบการจริง และโจทย์ธุรกิจจริง เพื่อพัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์ แก้ไขปัญหา และปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันความร่วมมือนี้จะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจด้วย เพราะคนรุ่นใหม่มีมุมมองและความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างออกไป สิ่งที่ผมอยากเห็นจากโครงการนี้ไม่ใช่เพียงผลงานหรือผลการแข่งขัน แต่คือการที่นักศึกษาได้คิดจริง ทำจริง แก้ปัญหาจริง และเรียนรู้จากคนทำธุรกิจจริง และในฐานะ AI-First University มหาวิทยาลัยยังสนับสนุนให้คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจสร้างสรรค์ พัฒนา CE AIpreneur Studio, CESAR AI Chat และ Beavatar CRMด้านการประกอบการ เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้นักศึกษาเรียนรู้และรับคำแนะนำด้านธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเรียนรู้จากผู้ประกอบการตัวจริง”

ขณะที่ คุณชาธิป ตั้งกุลไพศาล ประธานคณะกรรมการพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าไทย (YEC)กล่าวว่า “โจทย์เหล่านี้ไม่ใช่โจทย์จำลอง แต่เป็นธุรกิจจริง ผลิตภัณฑ์จริง และปัญหาที่ผู้ประกอบการกำลังเผชิญอยู่จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตลาด ยอดขาย การสร้างแบรนด์ หรือการแข่งขันทางธุรกิจ นักศึกษาจะได้เรียนรู้ว่าโลกธุรกิจไม่ได้มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียวขณะเดียวกันผู้ประกอบการเองก็ไม่ได้เข้ามาเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์เพียงฝ่ายเดียว แต่อยากรับฟังมุมมองและความคิดสร้างสรรค์จากคนรุ่นใหม่ ซึ่งอาจมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ หรือวิธีสื่อสารกับผู้บริโภคที่เราไม่เคยนึกถึง โครงการนี้จึงเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างแท้จริง และหากแนวคิดใดมีความเป็นไปได้ ก็อาจนำไปพัฒนาต่อยอด และเกิดความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการกับนักศึกษาต่อไปในอนาคต”

ส่วน ดร.ศุภสัณห์ ปรีดาวิภาต คณบดีคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าวว่า “CE ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้แบบ Learning by Doing เพราะการเรียนรู้ด้านธุรกิจไม่ควรจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน โครงการนี้จึงไม่ได้สร้างโจทย์ขึ้นเอง แต่นำธุรกิจจริงเข้ามาอยู่ในห้องเรียน สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงผลงานสุดท้าย แต่คือการที่นักศึกษาได้ฝึกคิด วิเคราะห์ แก้ไขปัญหา ทำงานเป็นทีม และเห็นคุณค่าของความคิดตนเอง เพราะผลงานมีโอกาสได้รับการพิจารณาจากเจ้าของธุรกิจจริง และภายใต้แนวคิด CE AIpreneur ทำธุรกิจจริงด้วย AI กับ YEC คณะยังมีแนวคิดในการพัฒนา CE AIpreneur Studio, CESAR AI Chat และ Beavatar CRMด้านการประกอบการ เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้และให้คำแนะนำด้านธุรกิจแก่นักศึกษา ตั้งแต่การอธิบายคำศัพท์ทางธุรกิจ การเริ่มต้นธุรกิจ การวิเคราะห์ตลาด ไปจนถึงการวางแผนธุรกิจ โดยมุ่งเสริมสร้างทักษะและแนวคิดการเป็นผู้ประกอบการ หรือ Entrepreneurial Mindset สิ่งที่ CE มุ่งหวังคือการสร้าง ‘ห้องเรียนที่ไม่ได้จำลองโลกธุรกิจ แต่พาโลกธุรกิจจริงเข้ามาอยู่ในห้องเรียน’”

ทั้งนี้ แนวคิด CE AIpreneur ของคณะ CE อยู่ระหว่างการพัฒนาโดยมุ่งให้เป็นผู้ช่วยที่นักศึกษาสามารถขอคำแนะนำด้านธุรกิจได้ตลอดเวลา ควบคู่กับการเรียนรู้จากผู้ประกอบการตัวจริงในโครงการ สอดคล้องกับแนวทาง AI-First University ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

โครงการ “YEC x CE Real Business Challenge 2026” เป็นอีกก้าวของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกับเครือข่ายภาคธุรกิจของหอการค้าไทย ในการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่นักศึกษาและผู้ประกอบการได้เรียนรู้จากกันและกัน ตามแนวคิด “CE AIpreneur ทำธุรกิจจริงด้วย AI กับ YEC” สอดคล้องกับแนวทาง Practice University ที่มุ่งให้นักศึกษาเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และ AI-First University ที่นำเทคโนโลยีมาเสริมการเรียนรู้ เพื่อเติบโตเป็นผู้ประกอบการที่พร้อมรับมือกับโลกธุรกิจจริง















