AWCเปิดโมเดลแพลตฟอร์มการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อรับรู้ผลตอบแทนรวมกำไรจากการพัฒนาขับเคลื่อนAWR REITFREEHOLD
AWCเปิดโมเดลแพลตฟอร์มการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อรับรู้ผลตอบแทนรวมกำไรจากการพัฒนาขับเคลื่อนAWR REITFREEHOLD ของประเทศสู่คุณภาพระดับโลกด้วย 3 กลไกลสร้างมูลค่าการเติบโตอย่างมั่นคง ต่อเนื่อง ก้าวกระโดด
ด้วยมูลค่าการลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 51,388 ล้านบาท

AWR กองทรัสอสังหาฯ แบบกรรมสิทธิ์ Freehold ที่ใหญ่ที่สุดของไทย ผสานความมั่นคงของรายได้จากอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์กับศักยภาพการเติบโตของรีสอร์ตแบรนด์ชั้นนำระดับโลก บนพอร์ตสินทรัพย์ Best-in-Class ด้วยการสนับสนุนจาก AWC และ 3 กลไกเพื่อคุณค่าการเติบโตของผลตอบแทนภายใต้โครงสร้างการกำกับดูแลตามมาตรฐานระดับสากลเพื่อคุณค่าสูงสุดต่อผู้ถือหน่วยทรัสต์

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWCผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยที่มุ่งสร้างจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรเปิดโมเดลแพลตฟอร์มการเติบโตอย่างยั่งยืน (AWC’s Integrated Sustainable Growth Platform) ที่เชื่อมโยงศักยภาพการพัฒนาจุดหมายปลายทางด้านธุรกิจและการท่องเที่ยวของไทย เข้ากับการสร้างผลตอบแทนรวมกำไรจากการพัฒนา และการเติบโตอย่างยั่งยืนสำหรับผู้ลงทุนโมเดลนี้ AWC ทำหน้าที่เป็น “Development Engine” ตั้งแต่การเลือกทำเล ออกแบบ ลงทุนพัฒนา ก่อสร้าง และสรรหาพันธมิตรจนโครงการสร้างรายได้ ขณะที่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เอดับเบิ้ลยูซี ไลฟ์สไตล์ พร๊อพเพอร์ตีส์(AWC LifestyleProperty Real Estate Investment Trust) หรือ AWR มุ่งลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพที่ผ่านการพัฒนาและสร้างรายได้แล้ว มีความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจที่หลากหลาย เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ควบคู่กับโอกาสการเติบโตจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว (Value Appreciation) โมเดลดังกล่าว AWC สามารถสร้างผลตอบแทนรวม (Total Return)จากสินทรัพย์ที่พัฒนาแล้วให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านการเติบโตของธุรกิจและการบริหารจัดการเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดย AWR จะมีมูลค่าการลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 51,388 ล้านบาท

AWR มี 3 กลไกหลักในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ได้แก่

ทั้ง 3 กลไกจะเสริมความแข็งแกร่งให้แก่พอร์ต และสนับสนุนเป้าหมายของ AWR ในการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอและการเติบโตในระยะยาว
AWR จะเป็น FreeholdREIT ขนาดใหญ่ที่สุดที่พร้อมขยายการเติบโต รองรับผู้ลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ และเพิ่มทางเลือกการลงทุนในตลาดทุนไทย ผ่านพอร์ตทรัพย์สินเริ่มต้น 5 แห่ง ได้แก่ ดิ เอ็มไพร์ บันยันทรี เกาะสมุย บันยันทรี กระบี่ รีสอร์ท มีเลีย เกาะสมุย และพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา ซึ่งผสานฐานรายได้ค่าเช่าเชิงพาณิชย์ที่มั่นคงเข้ากับรายได้จากธุรกิจโรงแรม การกระจายรายได้ระหว่างธุรกิจโรงแรม (Hospitality) และอาคารพาณิชย์ (Commercial) ช่วยให้พอร์ตรับมือกับวัฏจักรเศรษฐกิจได้ดีและมีผลการดำเนินงานที่มั่นคง

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป รีท จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของ AWR ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างการลงทุน ประมาณการทางการเงิน สมมติฐาน และความเสี่ยงได้จากเอกสารดังกล่าว
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC) กล่าวว่า

“AWC จัดตั้ง AWR สร้างโมเดลแพลตฟอร์มการเติบโตเต็มรูปแบบอย่างยั่งยืน(AWC’s Integrated Sustainable Growth Platform) ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดย AWCคือDevelopment Engine ที่มีบทบาทในการพัฒนาสร้างจุดหมายปลายทาง โดยคำนึงถึงพื้นที่ ชุมชน อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยวเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าคุณภาพเพื่อคุณค่าอย่างเต็มศักยภาพของแต่ละพื้นที่และสร้างผลตอบแทนรวมกำไรจากการพัฒนา ขณะที่ AWR เป็นผู้ถือครองสินทรัพย์ที่สร้างรายได้อย่างมั่นคง ต่อเนื่อง ก้าวกระโดดอย่างยั่งยืนเราเชื่อว่าโมเดลนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของไทย

ประเทศไทยมีจุดหมายปลายทางคุณภาพมากมาย ภายใต้กลยุทธ์การสร้างพอร์ตโฟลิโอทรัพย์สินคุณภาพสำหรับ AWR ให้มั่นคง เติบโตโดยเราคัดเลือกทรัพย์สิน 5 แห่งที่ตอบโจทย์ทั้งภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว ด้วยการรวมดิ เอ็มไพร์ และรีสอร์ตแบรนด์ระดับโลกกลุ่ม Ultra-Luxury Wellness Destination 2 แห่ง คือ บันยันทรี เกาะสมุย และ กระบี่ และอีก 2 แห่งในกลุ่ม Family & Friends Luxury Lifestyle Destination คือ มีเลีย เกาะสมุย และ พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปาที่รวมความพิเศษหลากหลายไว้ด้วยกัน AWR เปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ลงทุนได้มีส่วนร่วมในมูลค่าและการเติบโตของจุดหมายปลายทางเหล่านี้ ผ่านทรัพย์สินแบบกรรมสิทธิ์ Freehold ที่เราพัฒนามาอย่างต่อเนื่องหลายปี

บทบาทที่เสริมกันนี้ช่วยให้ผู้ถือหุ้น AWC ได้รับประโยชน์จากมูลค่าที่เกิดขึ้นจริงของทรัพย์สินที่มีผลการดำเนินงานมั่นคงแล้ว ขณะที่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ AWR ได้รับรายได้ค่าเช่าและโอกาสการเติบโตของมูลค่าพอร์ต ควบคู่กับโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ดี และช่วยส่งเสริมประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำด้านธุรกิจและการท่องเที่ยว ภายใต้พันธกิจ ‘Building Better Future’
ประสบการณ์ด้านการพัฒนาและการบริหารพร้อมทีมผู้บริหารด้านการพัฒนาโครงการ (In-house Development Team) ของ AWC เป็นรากฐานสำหรับพอร์ตเริ่มต้นและโอกาสการเติบโตในอนาคตของ AWR ปัจจุบันพอร์ตของ AWC เติบโตเป็น62 โครงการ โดยมูลค่าทรัพย์สินรวม (Gross Asset Value) เพิ่มขึ้นจาก 96,460 ล้านบาท ณ วันเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปี 2562 เป็น 224,100 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569

AWR บริหารโดยบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป รีทท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ นำโดยดร.ไพฑูรย์ วงศาสุทธิกุลประธานเจ้าหน้าที่บริหารและยังเป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน (Chief Investment Officer) ของ AWC ผู้มีประสบการณ์อย่างกว้างขวางด้านการลงทุนและการบริหารพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ ทั้งโรงแรม อาคารพาณิชย์ และศูนย์การค้า โดยจะกำกับดูแลกลยุทธ์การลงทุนและผลการดำเนินงานของพอร์ต AWR ทั้งนี้ หน่วยทรัสต์จะจัดสรรให้แก่ผู้ลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 72 และ AWC จะถือหน่วยทรัสต์ไม่เกินร้อยละ 28เพื่อให้ผลประโยชน์ของ AWC สอดคล้องกับผู้ถือหน่วยทรัสต์ (Alignment of Interest)รวมถึงโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการระดับมาตรฐาน โดยคณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการอิสระกว่า 60% และกรรมการอิสระได้รับการแต่งตั้งร่วมจาก Trustee เพื่อดูแลคุณค่าให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์
“พอร์ต AWR จะเริ่มต้นด้วยสินทรัพย์กรรมสิทธิ์ Freeholdระดับแลนด์มาร์ก 5 แห่งในทำเลชั้นนำ ซึ่งเชื่อมโยงสองภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ ธุรกิจ Commercial ในกรุงเทพฯ และการท่องเที่ยวใน 3 จุดหมายปลายทางชั้นนำของประเทศ กลยุทธ์ของเรามุ่งบริหารพอร์ตด้วยสินทรัพย์คุณภาพ ในทำเลศักยภาพที่มีรายได้มั่นคง เป็นผู้นำในตลาด (Top Positioning) และมีศักยภาพสร้างการเติบโตได้เหนือกว่าตลาด มุ่งเน้นเพิ่มมูลค่าจากการดำเนินงานของแต่ละสินทรัพย์ และพิจารณาการลงทุนเพิ่มเติมอย่างมีวินัยในโอกาสที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์โดยโครงสร้างค่าธรรมเนียมการบริหารได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงกับการเติบโตของผลตอบแทนต่อหน่วยทรัสต์ สะท้อนความสอดคล้องทางผลประโยชน์ระหว่างผู้จัดการกองทรัสต์และผู้ลงทุนด้วยความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ของ AWC และแนวทางการบริหารการลงทุนอย่างมีวินัย เรามุ่งสร้าง AWR ให้เป็นกองทรัสต์คุณภาพระดับชั้นนำที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน ทั้งในด้านขนาด มูลค่า และผลตอบแทน เพื่อเป็นทางเลือกการลงทุนระยะยาวสำหรับผู้ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ต้องการมีส่วนร่วมกับการเติบโตของภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ดร.ไพฑูรย์ กล่าว

ทรัพย์สิน 5 แห่งในพอร์ตเริ่มต้นที่ AWR เสนอลงทุน
ดิ เอ็มไพร์ (The Empire)แลนด์มาร์กสูง 58 ชั้นใจกลางย่านสาทร และหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านธุรกิจและไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ ได้รับการพัฒนาให้ผสานอาคารสำนักงานเกรดเอเข้ากับประสบการณ์ด้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ และเวลเนสไว้ในจุดหมายเดียว ด้วยพื้นที่เช่าสุทธิ 158,021 ตารางเมตร และจำนวน ผู้เช่าคุณภาพกว่า 200 รายจากหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมอัตราการต่อสัญญาของผู้เช่าสูงถึง 99% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานรายได้ค่าเช่าในระยะยาวโดดเด่นด้วยEA จุดหมายด้านอาหารและเวลเนสที่ใหญ่และสูงที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ EA Rooftop at The Empire ที่รวมร้านอาหารและไลฟ์สไตล์บนรูฟท็อปขนาดใหญ่ และEA Wellness Club เวลเนสชั้นนำของกรุงเทพฯ และ Co-Living Space แห่งแรกของประเทศไทยThe Empire Residence ที่เชื่อมโยงเป็น Free Facility ให้ผู้เช่าและคอมมูนิตี้คุณภาพกว่า 25,000 คนต่อวันนอกจากนี้ The Empire ยังได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารระดับสากล ได้แก่ LEED Gold, WELL Core Platinum และ Fitwel2 Star โดยให้ความสำคัญกับการบริหารควบคุมคุณภาพอากาศ Best Air Qualityและสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับผู้ใช้อาคาร ควบคู่กับการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและสนับสนุนการเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว
บันยันทรีเกาะสมุย (Banyan Tree Koh Samui Hotel)รีสอร์ตเวลเนสระดับอัลตราลักชัวรี ประกอบด้วยพูลวิลล่าส่วนตัว 88 หลัง ตั้งอยู่บนหนึ่งในผืนดินริมชายหาดที่หายากและทรงคุณค่าที่สุดของเกาะสมุย โดดเด่นด้วยทำเลบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นอ่าวอันเงียบสงบแบบพาโนรามา พร้อมชายหาดส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดในสมุย มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสานความเป็นส่วนตัวเข้ากับสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเวลเนสระดับโลกรีสอร์ตได้รับรางวัล 2 MICHELIN Keys สะท้อนมาตรฐานการบริการและคุณภาพสินทรัพย์ระดับสากลโดยในช่วง13 ปีที่ผ่านมามี RevPAR CAGR 9.6% และ EBITDA CAGR 11% แสดงถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
บันยันทรีกระบี่ รีสอร์ท (Banyan Tree Krabi)รีสอร์ตลักชัวรี บนหาดทับแขก ริมชายฝั่งทะเลอันดามัน ประกอบด้วยห้องสวีทและวิลล่าวิวทะเล 72 ห้อง โดยทุกห้องมีสระว่ายน้ำส่วนตัว ตั้งอยู่บนทำเลคุณภาพที่โอบล้อมด้วยผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์บริเวณเชิงเขาหงอนนาคและอุทยานแห่งชาติมอบประสบการณ์การพักผ่อนและเวลเนสระดับพรีเมียมไฮโดรเทอราพีและร้านอาหารคุณภาพระดับสากลได้รับการยอมรับด้วยรางวัล 2 MICHELIN Keys สะท้อนถึงมาตรฐานการบริการและศักยภาพในการดึงดูดนักเดินทางคุณภาพสูงจากทั่วโลกในช่วง 5 ปีที่ผ่านมารีสอร์ตมี RevPAR CAGR 12.9% และ EBITDA CAGR 21.7% แสดงถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
มีเลีย เกาะสมุย (Meliá Koh Samui)รีสอร์ตลักชัวรีริมชายหาดเชิงมนขนาด 200 ห้องพัก ภายใต้การบริหารของ Meliá แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลก เสริมความหลากหลายของพอร์ตด้วยการเข้าถึงกลุ่มนักเดินทางคุณภาพและครอบครัวจากทั่วโลก โดดเด่นด้วย Boat Suites ที่สร้างจากเรือไม้สักแบบดั้งเดิม สระลากูนที่ทอดยาวผ่านพื้นที่ทั่วรีสอร์ต และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับทุกเจนเนอชั่น โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมารีสอร์ตสร้าง RevPAR CAGR 23.5% และ EBITDA CAGR 22.7% สะท้อนศักยภาพที่แข็งแกร่งของผลการดำเนินงาน
พัทยาแมริออทรีสอร์ตแอนด์สปา (Pattaya Marriott Resort and Spa) รีสอร์ตริมชายหาดจอมเทียนขนาด 287 ห้องพัก ซึ่งได้รับการ Repositioning ใหม่ให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวแบบครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ภายใต้แบรนด์ Marriott โดดเด่นด้วยWaterplayและกิจกรรมทางน้ำริมชายหาดส่วนตัวประสบการณ์ด้านอาหารจาก Goji Kitchen+Bar ร้านอาหารเจ้าของรางวัล Trip Advisorนอกจากนี้ ฐานลูกค้าจาก Marriott Bonvoy กว่า300ล้านรายทั่วโลกยังช่วยสนับสนุนให้เกิดดีมานด์นักท่องเที่ยวคุณภาพ และการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องโดยมี RevPAR เติบโต 150% หลังเปิดดำเนินงานเพียง 1 ปี สะท้อนความต้องการของตลาดที่แข็งแกร่ง
ทั้งหมดนี้สะท้อนพลังของกลยุทธ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ AWC มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างจุดหมายปลายทางคุณภาพของประเทศและระบบนิเวศการลงทุนที่แข็งแกร่งด้วยแพลตฟอร์มการเติบโตอย่างยั่งยืนเต็มรูปแบบที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ผ่านการเชื่อมโยงตลาดทุนกับสินทรัพย์คุณภาพระดับโลก AWC เชื่อมั่นว่า AWR จะเป็นกลไกที่จะสร้างมูลค่าสร้างโอกาสการเติบโตและสนับสนุนมาตรฐานเพื่อผลักดันให้ REIT ไทยก้าวสู่การเป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนชั้นนำของนักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศในระยะยาว
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์และร่างหนังสือชี้ชวน ซึ่งรวมถึงโครงสร้าง การลงทุนที่เสนอ ประมาณการทางการเงิน สมมติฐาน และความเสี่ยง ได้ที่ https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=817258&lang=th
ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.assetworldcorpreit.com
#AWC #AWR #BuildingBetterFuture














