พาณิชย์ ตรวจตลาดธนบุรี สินค้าเพียงพอ ปิดป้ายชัด เครื่องชั่งถูกต้อง ผัก-ไข่เริ่มลง

Category: พาณิชย์
Published on Saturday, 07 November 2026 14:05
Hits: 33

ตรวจตลาดธนบุรีพาณิชย์ ตรวจตลาดธนบุรี สินค้าเพียงพอ ปิดป้ายชัด เครื่องชั่งถูกต้อง ผัก-ไข่เริ่มลง
      กรมการค้าภายในลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์สินค้าที่ ตลาดธนบุรี กรุงเทพฯ สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ พ่อค้าแม่ค้ามีการปิดป้ายแสดงราคาและใช้เครื่องชั่งถูกต้อง ส่วนผักสด ไข่ไก่ เริ่มปรับลดลง พร้อมเปิดจุดธงฟ้าลดค่าครองชีพ นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมาขายให้กับประชาชน และยังเชื่อมโยงลำไยภาคตะวันออก มาจำหน่ายราคาถูกด้วย
      นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ณ ตลาดธนบุรี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ว่า ตลาดธนบุรีเป็นตลาดสดขนาดใหญ่ที่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีผู้ประกอบการรวม 346 แผง แบ่งเป็นอาหารสด 78 แผง อาหารปรุงสำเร็จ 125 แผง ผักและผลไม้ 41 แผง และสินค้าเบ็ดเตล็ด 102 แผง มีเครื่องชั่งรวม 108 เครื่อง จากการตรวจสอบ พบว่า ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือในการปิดป้ายแสดงราคาและใช้เครื่องชั่งอย่างถูกต้อง ขณะที่ปริมาณสินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะผักสดที่เริ่มมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ส่งผลให้ราคาหลายรายการปรับลดลง
      โดยราคาขายส่งผักสดในตลาดกลาง พบว่า หัวไชเท้าลดจาก 20 บาท เหลือ 18 บาทต่อกิโลกรัม ถั่วฝักยาวลดจาก 36 บาท เหลือ 30 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนใบกะเพราที่เคยสูงถึง 150 บาท ปัจจุบันลดลงเหลือประมาณ 20–25 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ผักบางชนิดยังปรับขึ้นเล็กน้อย เช่น ผักบุ้งจีนจาก 16 บาท เป็น 20 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับตลาดธนบุรี ราคาเนื้อสุกรแดงตัดแต่งจำหน่ายที่ประมาณ 150 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนไข่ไก่เบอร์ 3 มีแนวโน้มลดลง จากเดิมฟองละ 4.50 บาท ล่าสุดอยู่ที่ 4.30 บาท และคาดว่าจะทยอยลดลงได้อีกตามปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น
      “จากการลงพื้นที่ พบว่า สินค้ามีเพียงพอ ราคาหลายรายการเริ่มปรับลดลง โดยเฉพาะผักสดและไข่ไก่ ประชาชนพึงพอใจทั้งด้านราคาและคุณภาพสินค้า ต้องขอขอบคุณผู้บริหารตลาดและผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือในการดูแลราคาสินค้า การปิดป้ายแสดงราคา และรักษาคุณภาพสินค้า เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมในการจับจ่ายใช้สอย” นายวัฒนศักย์กล่าว
      นายวัฒนศักย์ กล่าวว่า กรมให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยการไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าตามที่กฎหมายกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควรโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากประชาชนพบเห็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
      นอกจากนี้ ได้ตรวจเยี่ยมจุดจำหน่ายสินค้าโครงการ'ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ'บริเวณวัดกระจัง เขตตลิ่งชัน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น อุปกรณ์ทำความสะอาด และผลไม้จากเกษตรกรมาจำหน่ายในราคาประหยัด โดยเฉพาะลำไยจากจังหวัดจันทบุรีที่เชื่อมโยงมาจำหน่ายให้ประชาชนในราคากิโลกรัมละ 55 บาท ช่วยเพิ่มช่องทางตลาดให้เกษตรกรและลดภาระค่าครองชีพประชาชน โดยสามารถติดตามจุดจำหน่ายธงฟ้าได้ทาง LINE Official Account: @thai.thongfah
      สำหรับ สถานการณ์ลำไยภาคตะวันออก ปี 2569 ปัจจุบันราคาลำไยในพื้นที่อยู่ที่ 21–22 บาทต่อกิโลกรัม และลำไยผลเดี่ยวหรือลูกร่วงอยู่ที่ 7–9 บาทต่อกิโลกรัม โดยกรมได้ดำเนินมาตรการรองรับผลผลิตประมาณ 30,000 ตัน เตรียมกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิตผ่านห้างค้าปลีก ตลาดกลาง ตลาดสด จุดธงฟ้า ร้านสะดวกซื้อ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงชุมชนต่างๆ เป้าหมาย 20,000 ตัน พร้อมเปิดจุดรับซื้อในจังหวัดจันทบุรีในราคานำตลาด เป้าหมาย 2,000 ตัน และประสานเครือข่ายผู้รับซื้อและผู้ส่งออกเพื่อกระจายผลผลิตเพิ่มเติมอีก 1,500 ตัน เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่าย ลดปริมาณผลผลิตกระจุกตัว และช่วยดูแลราคาลำไยในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก

สินค้าเพียงพอกรมการค้าภายใน ตรวจตลาดธนบุรี สินค้าเพียงพอ ราคาผัก-ไข่ไก่เริ่มลด พร้อมเปิดจุดธงฟ้าลดค่าครองชีพ เชื่อมโยงลำไยภาคตะวันออกสู่ผู้บริโภค
      นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ณ ตลาดธนบุรี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร พร้อมตรวจเยี่ยมจุดจำหน่ายสินค้าภายใต้โครงการ'ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ' บริเวณวัดกระจัง เขตตลิ่งชัน ว่า กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชน พร้อมกำกับดูแลการจำหน่ายสินค้าให้เป็นธรรม ทั้งด้านราคา การปิดป้ายแสดงราคา และความถูกต้องของเครื่องชั่งตวงวัด
     นายวัฒนศักย์ กล่าวว่า ตลาดธนบุรีเป็นตลาดสดขนาดใหญ่ที่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีผู้ประกอบการรวม 346 แผง แบ่งเป็นอาหารสด 78 แผง อาหารปรุงสำเร็จ 125 แผง ผักและผลไม้ 41 แผง และสินค้าเบ็ดเตล็ด 102 แผง มีเครื่องชั่งรวม 108 เครื่อง จากการตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบการให้ความร่วมมือในการปิดป้ายแสดงราคาและใช้เครื่องชั่งอย่างถูกต้อง ขณะที่ปริมาณสินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะผักสดที่เริ่มมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ส่งผลให้ราคาหลายรายการปรับลดลง
      ทั้งนี้ ราคาขายส่งผักสดในตลาดกลางพบว่า หัวไชเท้าลดจาก 20 บาท เหลือ 18 บาทต่อกิโลกรัม ถั่วฝักยาวลดจาก 36 บาท เหลือ 30 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนใบกะเพราที่เคยสูงถึง 150 บาท ปัจจุบันลดลงเหลือประมาณ 20–25 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ผักบางชนิดยังปรับขึ้นเล็กน้อย เช่น ผักบุ้งจีนจาก 16 บาท เป็น 20 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับตลาดธนบุรี ราคาเนื้อสุกรแดงตัดแต่งจำหน่ายที่ประมาณ 150 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนไข่ไก่เบอร์ 3 มีแนวโน้มลดลง จากเดิมฟองละ 4.50 บาท ล่าสุดอยู่ที่ 4.30 บาท และคาดว่าจะทยอยลดลงได้อีกตามปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น
      “จากการลงพื้นที่พบว่าสินค้ามีเพียงพอ ราคาหลายรายการเริ่มปรับลดลง โดยเฉพาะผักสดและไข่ไก่ ประชาชนพึงพอใจทั้งด้านราคาและคุณภาพสินค้า ต้องขอขอบคุณผู้บริหารตลาดและผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือในการดูแลราคาสินค้า การปิดป้ายแสดงราคา และรักษาคุณภาพสินค้า เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมในการจับจ่ายใช้สอย” นายวัฒนศักย์ กล่าว
      อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยการไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าตามที่กฎหมายกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควรโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากประชาชนพบเห็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
       นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังได้ตรวจเยี่ยมจุดจำหน่ายสินค้าโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” บริเวณวัดกระจัง เขตตลิ่งชัน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น อุปกรณ์ทำความสะอาด และผลไม้จากเกษตรกรมาจำหน่ายในราคาประหยัด โดยเฉพาะลำไยจากจังหวัดจันทบุรีที่เชื่อมโยงมาจำหน่ายให้ประชาชนในราคากิโลกรัมละ 55 บาท ช่วยเพิ่มช่องทางตลาดให้เกษตรกรและลดภาระค่าครองชีพประชาชน โดยสามารถติดตามจุดจำหน่ายธงฟ้าได้ทาง LINE Official Account: @thai.thongfah
      สำหรับ สถานการณ์ลำไยภาคตะวันออก ปี 2569 กรมการค้าภายในดำเนินมาตรการรองรับผลผลิตประมาณ 30,000 ตัน โดยปัจจุบันราคาลำไยในพื้นที่อยู่ที่ 21–22 บาทต่อกิโลกรัม และลำไยผลเดี่ยวหรือลูกร่วงอยู่ที่ 7–9 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่การส่งออกไปจีนยังต้องติดตามมาตรการตรวจสอบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างที่มีความรัดกุมมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการส่งออกและการบริหารจัดการผลผลิต
       กรมการค้าภายใน จึงเตรียมกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิตผ่านห้างค้าปลีก ตลาดกลาง ตลาดสด จุดธงฟ้า ร้านสะดวกซื้อ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงชุมชนต่างๆ เป้าหมาย 20,000 ตัน พร้อมเปิดจุดรับซื้อในจังหวัดจันทบุรีในราคานำตลาด เป้าหมาย 2,000 ตัน และประสานเครือข่ายผู้รับซื้อและผู้ส่งออกเพื่อกระจายผลผลิตเพิ่มเติมอีก 1,500 ตัน เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่าย ลดปริมาณผลผลิตกระจุกตัว และช่วยดูแลราคาลำไยในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก

 

Click Donate Support Web

SME2026 720

Generali720

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxEXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100