สอวช.–อพท. วางแนวทาง ‘ท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง’ นำร่อง 4 พื้นที่ไทยสู่การท่องเที่ยวที่มีความหมายและมีมูลค่าสูง

Category: อุตสาหกรรม
Published on Wednesday, 28 October 2026 09:42
Hits: 516

 

จากท่องเที่ยวสร้างรายได้ สู่การฟื้นธรรมชาติ–ชุมชน สอวช.–อพท. วางแนวทาง ‘ท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง’ นำร่อง 4 พื้นที่ไทยสู่การท่องเที่ยวที่มีความหมายและมีมูลค่าสูง

 

10469 NXPO 1

 

          การเติบโตของการท่องเที่ยวอาจวัดได้จากจำนวนนักเดินทางและรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่สำหรับชุมชนเจ้าของพื้นที่ คำถามสำคัญยังรวมถึงว่า ธรรมชาติได้รับการดูแลเพียงใด รายได้กระจายถึงคนท้องถิ่นหรือไม่ และวิถีชีวิตที่เป็นเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวจะดำรงอยู่ได้อย่างไร

         คำถามเหล่านี้นำมาสู่แนวคิด “การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง” หรือ Regenerative Tourism ซึ่งต่อยอดจากการลดผลกระทบของการท่องเที่ยว ไปสู่การออกแบบให้ทุกกิจกรรมมีส่วนฟื้นฟูทรัพยากร สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และเพิ่มความเข้มแข็งให้ชุมชน โดยมองธรรมชาติ วัฒนธรรม ผู้คน และเศรษฐกิจเป็นระบบที่เชื่อมโยงกัน

         ประเทศไทยกำลังวางแนวทางขับเคลื่อนแนวคิดดังกล่าวผ่านความร่วมมือระหว่าง สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ซึ่งได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เพื่อเชื่อมองค์ความรู้ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) เข้ากับการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว พร้อมสร้างเครื่องมือวัดผลที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงได้จริง

 

10469 NXPO ดร สุรชัย

 

         ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าว เป็นฐานของการพัฒนาโมเดลท่องเที่ยวที่มุ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการฟื้นตัวของระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตชุมชน โดยเตรียมนำร่องใน 4 พื้นที่พิเศษของ อพท. ได้แก่ หมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา จังหวัดเชียงราย และคุ้งบางกะเจ้า

         กลไกสำคัญคือ “Regenerative Tourism Lab” หรือพื้นที่ทดลองที่เปิดให้ชุมชน นักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมออกแบบแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวจากปัญหาและศักยภาพของพื้นที่ พร้อมเก็บข้อมูล ทดลอง และประเมินผลอย่างเป็นระบบ

         พื้นที่ทดลองแต่ละแห่งจึงต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจต้นทุนทรัพยากร วิถีชีวิต และความต้องการของชุมชน ก่อนเลือกใช้องค์ความรู้หรือนวัตกรรมที่เหมาะสม ทั้งด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศ การจัดการทรัพยากร การพัฒนาสินค้าและบริการ ตลอดจนการสร้างทักษะให้คนในพื้นที่สามารถบริหารจัดการและได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว

         “สอวช. จะนำศักยภาพด้าน อววน. มาสนับสนุนการออกแบบนโยบาย งานวิจัย หลักสูตร และเครื่องมือประเมินผลตามหลักวิทยาศาสตร์ ขณะที่ อพท. จะเชื่อมประสบการณ์การบริหารจัดการพื้นที่พิเศษและการทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อให้การทดลองสอดคล้องกับบริบทท้องถิ่นและสามารถนำไปปฏิบัติได้” ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าว 

 

10469 NXPO ดร ชนิดา

 

         ด้าน ดร.ชนิดา แสนสะอาด ผู้เชี่ยวชาญนโยบายอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สอวช. กล่าวว่า แนวทางหนึ่งที่จะนำมาประยุกต์ใช้คือการแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน หรือ Nature-based Solutions ซึ่งเชื่อมการดูแลและฟื้นฟูระบบนิเวศเข้ากับการรับมือปัญหาของพื้นที่ โดย สอวช. อยู่ระหว่างดำเนินงานร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อบูรณาการเครื่องมือประเมินด้านเศรษฐศาสตร์และระบบนิเวศมาสนับสนุนการทำงาน

         ความท้าทายของการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างอยู่ที่การพิสูจน์ผลลัพธ์ เพราะจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมหรือรายได้ที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว ยังอธิบายไม่ได้ว่าธรรมชาติฟื้นตัว ชุมชนเข้มแข็ง หรือวัฒนธรรมได้รับการสืบทอดมากขึ้นเพียงใด การพัฒนาเกณฑ์วัดผลจึงเป็นหัวใจของความร่วมมือ โดยจะศึกษาเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากล เช่น เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือ GSTC ควบคู่กับการพัฒนาตัวชี้วัดด้านการฟื้นสร้างให้เหมาะกับบริบทไทย

         ดร.ชนิดา กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ต้องติดตามครอบคลุมตั้งแต่ความหลากหลายทางชีวภาพ การกักเก็บคาร์บอนของระบบนิเวศ การกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงความสามารถของชุมชนในการรับมือความเปลี่ยนแปลงและการสืบทอดอัตลักษณ์ท้องถิ่น ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพประกอบกัน โจทย์สำคัญคือการรักษาสมดุลระหว่างเกณฑ์ที่น่าเชื่อถือและสามารถเทียบเคียงผลได้ กับความยืดหยุ่นที่เปิดให้แต่ละพื้นที่รักษาเอกลักษณ์ของตนเอง เพราะแนวทางที่เหมาะกับแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน เช่น พื้นที่เกาะ อาจต่างจากชุมชนริมทะเลสาบ เมืองท่องเที่ยว หรือพื้นที่สีเขียวใกล้เมืองใหญ่

         ในมิติเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างมุ่งใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมพัฒนาสินค้า บริการ และประสบการณ์ที่มีคุณค่า เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากรและชุมชนให้พร้อมบริหารจัดการการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่

         ส่วนมิติสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายครอบคลุมการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ เช่น ป่าชายเลน ตลอดจนการจัดการขยะและใช้ทรัพยากรอย่างหมุนเวียน โดยต้องเลือกแนวทางที่เหมาะกับสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

 

10469 NXPO 2

 

         ขณะเดียวกัน ชุมชนต้องมีบทบาทในการตัดสินใจ ทั้งการกำหนดรูปแบบกิจกรรม การใช้ทรัพยากร และทิศทางการพัฒนา เพื่อให้การท่องเที่ยวสนับสนุนคุณภาพชีวิตและการสืบทอดวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการเองก็สามารถมีส่วนร่วมดูแลพื้นที่ ผ่านกิจกรรมและบริการที่ออกแบบให้เชื่อมโยงกับเป้าหมายการฟื้นสร้างอย่างชัดเจน

         อย่างไรก็ตาม การขยายผลการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างจำเป็นต้องอาศัยหลักฐานจากพื้นที่ทดลองว่า แนวทางใดสร้างผลลัพธ์ได้ ภายใต้เงื่อนไขใด และต้องมีเครื่องมือสนับสนุนอย่างไร ก่อนนำไปปรับใช้ในพื้นที่อื่น

         “บทเรียนจาก 4 พื้นที่นำร่องจะเป็นฐานในการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย แนวปฏิบัติ และเกณฑ์วัดผล รวมถึงเชื่อมเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานวิจัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อสนับสนุนการขยายผลและผลักดันเข้าสู่แผนระดับชาติต่อไป” ดร.ชนิดา กล่าว

         เป้าหมายของความร่วมมือระหว่าง สอวช. และ อพท. คือการยกระดับประเทศไทยสู่ “Meaningful & High Value Destination” หรือจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีความหมายและมีมูลค่าสูง โดยให้รายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตไปพร้อมกับโอกาสของคนท้องถิ่น การสืบทอดวัฒนธรรม และการฟื้นตัวของธรรมชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องสะท้อนผ่านผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่

 

 

10469

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100