คปภ.จัดประชุมใหญ่เผยแพร่ผลการศึกษา-เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ขยายผล'โมเดลชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย'สู่ 6 ท้องถิ่น ชู 5 กลยุทธ์ เชื่อมเกราะคุ้มครอง พ.ร.บ.

Category: ประกัน
Published on Wednesday, 21 October 2026 11:56
Hits: 121

คปภ.จัดประชุมใหญ่คปภ.จัดประชุมใหญ่เผยแพร่ผลการศึกษา-เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ขยายผล'โมเดลชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย'สู่ 6 ท้องถิ่น ชู 5 กลยุทธ์ เชื่อมเกราะคุ้มครอง พ.ร.บ.
        สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดการประชุมเผยแพร่ผลการศึกษาและรับฟังความคิดเห็น'โครงการขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประจำปี 2569'ณ ห้อง Amber โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting โดยมีคณะทำงานพื้นที่ต้นแบบทั้ง 4 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี นครนายก นครสวรรค์ และสุพรรณบุรี นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ
       ตลอดจนภาคีเครือข่ายความปลอดภัยทางถนนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง มุ่งยกระดับบทบาทสำนักงาน คปภ. สู่การเป็นองค์กรกำกับดูแลเชิงรุก (Smart Regulator) ที่ใช้ข้อมูลชี้นำนโยบาย (Data-driven Policy) หลังมาตรการที่สำนักงาน คปภ. ผลักดันในพื้นที่นำร่องจังหวัดปราจีนบุรีประสบความสำเร็จ ลดอัตราการเสียชีวิตและอุบัติเหตุลงได้เฉลี่ยมากกว่า 70% พร้อมมอบหมายให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในฐานะภาคีวิชาการ ร่วมถอดบทเรียนสู่'5 กลยุทธ์เชิงพื้นที่'ขยายผลสู่ 6 ชุมชนต้นแบบใน 4 จังหวัด มุ่งตัดวงจรความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทางควบคู่การคุ้มครองสิทธิ พ.ร.บ. อย่างครบวงจร
      นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมกล่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนแต่ละครั้งสร้างความสูญเสียอย่างประเมินค่าไม่ได้ต่อชีวิต สังคม และเศรษฐกิจครัวเรือน สำนักงาน คปภ.จึงปรับบทบาทเชิงรุกจากการกำกับดูแลการเยียวยาหลังเกิดเหตุ มาสู่'การตัดวงจรความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง'โดยมอบหมายให้ TDRI ร่วมลงพื้นที่ศึกษาเชิงลึก ประสานพลังร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขับเคลื่อนงานผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่
      - ลดความเสี่ยงตรงจุดด้วยข้อมูล (Data-driven Prevention): ใช้ฐานข้อมูลอุบัติเหตุเชิงลึกชี้เป้าจุดอันตรายและพฤติกรรมเสี่ยง เพื่อร่วมกับท้องถิ่นออกแบบวิศวกรรมจราจรและมาตรการควบคุมที่ตอบโจทย์เฉพาะพื้นที่
      - สร้างเกราะคุ้มครองทั่วถึงและรวดเร็ว (Universal & Agile Protection): ผลักดันให้ประชาชนตระหนักรู้และเข้าถึงการทำประกันภัย พ.ร.บ. อย่างต่อเนื่อง 100% พร้อมเชื่อมโยงระบบให้ผู้ประสบภัยสามารถเบิกจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้อย่างสะดวกรวดเร็วและเป็นธรรม
      - วัดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ (Measurable Outcomes): กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน ทั้งการลดลงของจุดเสี่ยง ตัวเลขอุบัติเหตุ และอัตราการถือครองกรมธรรม์ พ.ร.บ. ในชุมชน
     ในโอกาสนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้มอบโล่เชิดชูเกียรติแก่ 6 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ร่วมขับเคลื่อน'ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัยและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประจำปี 2569'ได้แก่ เทศบาลเมืองหนองกี่ และ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม (จ.ปราจีนบุรี), องค์การบริหารส่วนตำบลสาริกา (จ.นครนายก), เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี (จ.สุพรรณบุรี) ตลอดจน เทศบาลนครนครสวรรค์ และ องค์การบริหารส่วนตำบลตาคลี (จ.นครสวรรค์)
ด้าน ดร.สุเมธ องกิตติกุล รองประธานและผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ TDRI ได้นำเสนอผลการศึกษาหัวข้อ'ผลการศึกษาจากกิจกรรมชุมชนต้นแบบ สู่นโยบายและกฎหมายความปลอดภัยทางถนนโดยภาคประกันภัย'ระบุว่า แม้สถิติผู้เสียชีวิตทางถนนของไทยในปี 2568 จะลดลง 8% (เหลือ 16,078 ราย) แต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายตามแผนแม่บทด้านความปลอดภัยทางถนน (ฉบับที่ 5) ขณะที่ข้อมูล e-Claim ของบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สะท้อนว่าความรุนแรงของอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บสาหัสยังมีแนวโน้มสูง ซึ่งผลติดตามมาตรการในจังหวัดปราจีนบุรีถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 พบว่า การดำเนินงานของหน่วยงานในพื้นที่ตามข้อเสนอโครงการที่ คปภ.ริเริ่มเมื่อปีก่อน เกิดผลเป็นรูปธรรม ได้แก่
      - จุดเสี่ยงทางลงเขาปู่โทน การติดตั้งระบบ GPS ควบคุมความเร็วรถเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้ จำนวนผู้เสียชีวิตเฉลี่ยลดลงถึง 75%
      - จุดเสี่ยงหน้าเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี การกำหนดเขตจำกัดความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ร่วมกับการกวดขันวินัยจราจร ส่งผลให้ การเกิดอุบัติเหตุเฉลี่ยลดลงถึง 77%
      - การสร้างวินัยการขับขี่ในกลุ่มเยาวชน พบว่า เยาวชนในสถานศึกษาที่ดำเนินโครงการ มีอัตราผู้สอบผ่านใบขับขี่ เพิ่มขึ้น 1.9 เท่า พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยบนถนนต้นแบบปราจีนอนุสรณ์อย่างเข้มข้น
      สำหรับ การขยายผลโครงการในปี 2569 สำนักงาน คปภ. ได้มอบหมายให้คณะวิจัยต่อยอดการศึกษาสู่ 4 จังหวัด 6 ท้องถิ่น สังเคราะห์แนวทางเป็น'5 กลยุทธ์เชิงพื้นที่'ได้แก่
      1) กลยุทธ์สื่อสารลดเสี่ยงจักรยานยนต์ 2) เขตเมืองปลอดภัย 3) เส้นทางเลี่ยงเมืองปลอดภัย 4) พื้นที่รอบนิคมอุตสาหกรรมปลอดภัย และ 5) พื้นที่รอบสถานศึกษาปลอดภัย พร้อมเสนอเชิงนโยบายให้บรรจุทั้ง 5 กลยุทธ์เข้าสู่กลไกศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (กบจ.) บูรณาการงบประมาณจังหวัด กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และงบ CSR ของภาคธุรกิจประกันภัย ตลอดจนเสนอให้สำนักงาน คปภ.ศึกษาแนวทางพัฒนากฎหมายให้กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยสามารถสนับสนุนงานป้องกันอุบัติเหตุเชิงรุกได้อย่างคล่องตัว

 

Click Donate Support Web

Generali720

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100