กรมพัฒน์ร่วม มท.ลุยระยอง เจอผู้ประกอบการทำธุรกิจผิดกฎหมาย-เข้าข่ายนอมินี

Category: พาณิชย์
Published on Sunday, 18 October 2026 10:03
Hits: 85

มท.ลุยระยองกรมพัฒน์ร่วม มท.ลุยระยอง เจอผู้ประกอบการทำธุรกิจผิดกฎหมาย-เข้าข่ายนอมินี
      กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยผลการลงพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ร่วมกับมหาดไทย กรมการปกครองและกรมการจัดหางาน พบธุรกิจเข้าข่ายทำผิดกฎหมายและอาจเป็นนอมินีหลายธุรกิจ ทั้งการทำธุรกิจนอกเหนือจากที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน แอบทำธุรกิจสงวน ค้าปลีกค้าส่ง ทำโรงแรม ส่งหนังสือเรียกชี้แจง ตรวจสอบเชิงลึก หากพบทำผิด บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด
       นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการลงพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ร่วมกับนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และกรมการจัดหางาน เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2569 ที่ผ่านมา ว่า ทีมปราบนอมินีของกรม นำโดยผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย ได้ร่วมกันตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม อพาร์ทเมนต์ สถานบริการ ธุรกิจท่องเที่ยว และโรงงาน พบเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายหรือใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) จำนวนหลายธุรกิจ
        โดยผลการตรวจสอบ มีรายละเอียด ดังนี้ 1.ตรวจสอบนิติบุคคลที่จดทะเบียนที่ตั้งสำนักงานใหญ่แห่งเดียวกัน 4 ราย พบว่า

     1.นิติบุคคลมีสถานะเป็นต่างด้าว 2 ราย เบื้องต้นทั้งสองรายได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวแล้ว แต่จากการตรวจสอบงบการเงินปีที่ผ่านมาของบริษัท แจ้งประเภทธุรกิจขายส่งอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนอกเหนือจากขอบข่ายการประกอบธุรกิจตามที่ได้รับหนังสือรับรอง 2.นิติบุคคลไทยมีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 50 จำนวน 2 ราย ประกอบธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ซื้อ-ขาย อุปกรณ์โรงงาน วัสดุก่อสร้าง เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักร ซึ่งเข้าข่ายธุรกิจบัญชีสาม (14) การค้าปลีก และ (15) การค้าส่ง ท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงในลักษณะนอมินี หากมีคนไทยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งกรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบเชิงลึกเพื่อพิสูจน์ว่าธุรกิจดังกล่าวประกอบธุรกิจโดยใช้นอมินีหรือไม่
       2.นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินี ประกอบธุรกิจบริการที่พัก บริการอาหารและเครื่องดื่ม มีผู้ถือหุ้นคนไทย 1 ราย ถือหุ้นจำนวน 10,600 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 53 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด และผู้ถือหุ้นคนต่างด้าว 2 ราย ถือหุ้นรวมกันจำนวน 9,400 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 47 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ซึ่งผู้ดูแลโรงแรมเป็นทั้งกรรมการและผู้ถือหุ้น ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าการประกอบธุรกิจโรงแรม เป็นการเช่าสถานที่และดัดแปลงเป็นโรงแรม รวมทั้งยอมรับว่าเงินลงทุนเป็นของชาวต่างชาติเพื่อไม่ให้สถานะของนิติบุคคลเป็นต่างด้าวในการประกอบกิจการโรงแรม และผลการตรวจสอบ ยังพบว่า โรงแรมดังกล่าวประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งกรมการปกครองจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
        อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงประกอบการตรวจสอบ กรมได้มีหนังสือให้ธุรกิจชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและการลงทุน เพื่อตรวจสอบว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่ โดยหากพบว่าเข้าข่ายจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป
        ทั้งนี้ กรณีคนไทยที่มีพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ยอมรับเงินหรือผลประโยชน์ โดยยินยอมเป็นนอมินีอำพรางให้ชาวต่างชาติจ ะต้องถูกดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาดตามมาตรา 36 พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในส่วนของคนต่างด้าวที่ลักลอบประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษตามมาตรา 37 ในอัตราโทษเดียวกัน

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100