การประชุมกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากล Moody’s Investors Service
การประชุมกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากล Moody’s Investors Service นายธิบดี วัฒนกุล รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ได้เข้าร่วมการประชุมกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากล Moody’s Investors Service ในห้วงการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โดยประเด็นสำคัญในการหารือเกี่ยวกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนทางการคลัง ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ภาครัฐ การปฏิรูปโครงสร้างภาษี โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax: VAT) และการบริหารจัดการรายจ่ายภาครัฐ โดยมุ่งเน้นการรักษาวินัยทางการคลังและการบริหารหนี้สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ยังได้หารือถึงโอกาสและความเสี่ยงจากการลงทุนในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งมีแนวโน้มสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศและเพิ่มความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
โดยให้ความสำคัญกับความพร้อมด้านพลังงาน น้ำ และโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงแนวโน้มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) และการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) สำหรับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจากการแข่งขันระหว่างผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนกับผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น
โดยเน้นแนวทางส่งเสริมการผลิตและการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) ควบคู่กับการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงความเสี่ยงจากภัยแล้งและปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม
ตลอดจนผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทย และแนวโน้มเงินเฟ้อของประเทศ ทั้งนี้ แนวทางดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในระยะต่อไปจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้ภาครัฐ การส่งเสริมการลงทุนที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง และการบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เพื่อรักษาความยั่งยืนทางการคลัง เสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว














