War Room กรมการค้าภายใน ติดตามสถานการณ์ปริมาณและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค บูรณาการภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมแก้ไขปัญหาสินค้าขาดแคลน

Category: พาณิชย์
Published on Saturday, 17 October 2026 10:54
Hits: 74

War Roomค้าภายในWar Room ค้าภายใน เกาะติดสินค้า ยันมีเพียงพอ เต็มสต็อก กระจายได้ทั่วถึง
      กรมการค้าภายในประชุมศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ (War Room) ด้านสินค้าอุปโภคบริโภค ร่วมกับสมาคมการค้าและผู้ประกอบการภาคเอกชน ติดตามสถานการณ์สินค้า พบสินค้ามีเพียงพอ เต็มสต็อก ระบบกระจายสินค้าเป็นปกติ พร้อมร่วมมือจัดโปรโมชันช่วยลดค่าครองชีพ เผยล่าสุดเหลือห้าง ร้านสะดวกซื้อที่ยังปิดเพียง 29 แห่ง สั่งเตรียมรับมือฝนตกต่อเนื่อง เพื่อให้บริหารจัดการสินค้าได้ทันการณ์
      นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้ประชุมศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ (War Room) ด้านสินค้าอุปโภคบริโภค ร่วมกับสมาคมการค้าและผู้ประกอบการภาคเอกชน เพื่อติดตามสถานการณ์สินค้า พบว่า ผู้ประกอบการทุกกลุ่มได้จัดเตรียมสินค้าที่จำเป็นต้องใช้หลังน้ำลดให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการใช้ สินค้าเต็มศูนย์ มีการปรับการกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงมีระบบโลจิสติกส์รองรับไว้พร้อม สามารถเติมสินค้าเข้าสู่ระบบได้ตามปกติและเต็มชั้นวางตลอดเวลา และไม่ปรับขึ้นราคา พร้อมให้ความร่วมมือในการจัดทำแคมเปญพิเศษและรายการส่งเสริมการขาย เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน
       ส่วนผลการตรวจเยี่ยมศูนย์กระจายสินค้าสำคัญของห้างค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่จำนวน 6 แห่ง ระหว่างวันที่ 12–15 ต.ค.2569 ได้แก่ บิ๊กซี, โลตัส, ท็อปส์, ซีเจ มอร์, ลอว์สัน 108 Shop, และเดอะมอลล์ กรุ๊ป (กูร์เมต์ มาร์เก็ต) พบว่าผู้ประกอบการมีความพร้อมในการรับมีอวิกฤตินํ้าท่วมครั้งนี้เป็นอย่างมาก โดยกรมได้ขอให้ทุกห้างเพิ่ม Safety Stock เพื่อให้สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ และมีแผนรองรับสำหรับพนักงานเพื่อให้มีความพร้อมในการให้บริการแก่ประชาชนในทุกพื้นที่ รวมทั้งเร่งฟื้นฟูสาขาที่ปิดอยู่ ซึ่งจากข้อมูล ณ วันที่ 15 ต.ค.2569 ห้างค้าส่งค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อ จำนวนทั้งหมด 23,668 สาขา ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 353 แห่ง กลับมาเปิดบริการแล้ว 324 แห่ง เหลือ 29 แห่ง
       นายฉันทพัทธ์ กล่าวว่า จากพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่า ประเทศไทยตอนบนจะยังคงมีฝนตก และภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักในบางพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินการของ War Room ด้านสินค้าอุปโภคบริโภค สามารถบริหารจัดการสินค้าในสถานการณ์อุทกภัยให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ จึงได้ขอความร่วมมือให้สมาคมฯ และบริษัทที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ รายงานสถานการณ์ ปัญหา อุปสรรค หรือการขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐต่อศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาในการบริหารจัดการสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ มุ่งกระจายสินค้าอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
       ทั้งนี้ กรมจะเดินหน้าตรวจสอบและป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาเอาเปรียบประชาชน โดยหากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร การกักตุนสินค้า สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หากพบการกระทำความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
       ก่อนหน้านี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามปริมาณและราคาสินค้า รวมทั้งสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยจัดตั้งศูนย์ Single Command เพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดตาม ประเมินสถานการณ์ และเร่งแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกระทรวงพาณิชย์จากสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และสั่งการให้กรมการค้าภายในจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ (War Room) ด้านต่างๆ 3 คณะ ได้แก่ ด้านสินค้าอุปโภคบริโภค ด้านสินค้าเกษตร และด้านตลาดและลดค่าครองชีพ

War RoomWar Room กรมการค้าภายใน ติดตามสถานการณ์ปริมาณและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค บูรณาการภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมแก้ไขปัญหาสินค้าขาดแคลน
      ​กรมการค้าภายในประชุม War Room ร่วมกับสมาคมการค้าและผู้ประกอบการภาคเอกชน ดูแลปริมาณและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในช่วงน้ำท่วม พร้อมเผยผลตรวจศูนย์กระจายสินค้า (DC) ห้างค้าปลีกค้าส่งและร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ 7 แห่ง พบสต๊อกสินค้าเพียงพอ ระบบกระจายสินค้าเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่สาขาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 353 แห่ง กลับมาเปิดบริการแล้ว 324 แห่ง เหลือ 29 แห่ง พร้อมขอความร่วมมือภาคเอกชนแจ้งปัญหาและอุปสรรคผ่าน War Room เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ สามารถกระจายสินค้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
      นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 กรมการค้าภายในได้ประชุมศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ (War Room) ด้านสินค้าอุปโภคบริโภค ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามปริมาณและราคาสินค้า รวมทั้งสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยจัดตั้งศูนย์ Single Command เพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดตาม ประเมินสถานการณ์ และเร่งแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกระทรวงพาณิชย์จากสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และสั่งการให้กรมการค้าภายในจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ (War Room)

      โดยกรมการค้าภายในได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ (War Room) ด้านต่างๆ 3 คณะ ได้แก่ (1) ด้านสินค้าอุปโภคบริโภค (2) ด้านสินค้าเกษตร และ (3) ด้านตลาดและลดค่าครองชีพ ซึ่งตนได้รับมอบหมายให้เป็นประธาน War Room ด้านสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อประสานความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในการบริหารจัดการปริมาณสินค้า ราคา และการกระจายสินค้าให้ทั่วถึง อีกทั้งยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ศูนย์กระจายสินค้า 7-Eleven (DC บางบัวทอง) เพื่อติดตามสถานการณ์สต็อกสินค้าและมาตรการรับมือน้ำท่วมก่อนหน้านี้แล้ว
        จากการประชุมติดตามสถานการณ์และการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า ผู้ประกอบการทุกกลุ่มสินค้าได้จัดเตรียมสินค้าที่จำเป็นต้องใช้หลังน้ำลดให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการใช้ สินค้าเต็มศูนย์ มีการปรับการกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงมีระบบโลจิสติกส์รองรับไว้พร้อม สามารถเติมสินค้าเข้าสู่ระบบได้ตามปกติและเต็มชั้นวางตลอดเวลา และไม่ปรับขึ้นราคา

      พร้อมยินดีให้ความร่วมมือในการจัดทำแคมเปญพิเศษและรายการส่งเสริมการขาย ทั้งนี้ เพื่อให้การตรวจเยี่ยมศูนย์กระจายสินค้าสำคัญเป็นไปอย่างทั่วถึงและครบถ้วน จึงได้ลงพื้นที่ตรวจศูนย์กระจายสินค้าของห้างค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่เพิ่มเติมอีก 6 แห่ง ระหว่างวันที่ 12–15 ตุลาคม 2569 ได้แก่ บิ๊กซี, โลตัส, ท็อปส์, ซีเจ มอร์, ลอว์สัน 108 Shop, และเดอะมอลล์ กรุ๊ป (กูร์เมต์ มาร์เก็ต) พบว่าผู้ประกอบการมีความพร้อมในการรับมีอวิกฤตินํ้าท่วมครั้งนี้เป็นอย่างมาก

       อย่างไรก็ตาม ทางกรมก็ได้ขอให้ทุกห้างเพิ่ม safety stock เพื่อให้สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ พร้อมทั้งมีแผนรองรับสำหรับพนักงานเพื่อให้มีความพร้อมในการให้บริการแก่ประชาชนในทุกพื้นที่ รวมทั้งเร่งฟื้นฟูสาขาที่ปิดอยู่ ซึ่งจากข้อมูล ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 พบว่าห้างค้าส่งค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อ จำนวนทั้งหมด 23,668 สาขา ยังปิดชั่วคราว 29 สาขา ซึ่งทุกห้างก็ได้ตอบรับในการให้ความร่วมมือดังกล่าวเป็นอย่างดี
       นอกจากนี้ นายฉันทพัทธ์ฯ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า จากพยากรณ์อากาศกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่า ประเทศไทยตอนบนจะยังคงมีฝนตก และภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักในบางพื้นที่ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการของศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ (War Room) ด้านสินค้าอุปโภคบริโภค สามารถบริหารจัดการสินค้าในสถานการณ์อุทกภัยให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ จึงได้ขอความร่วมมือให้สมาคมฯ หรือบริษัทที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ รายงานสถานการณ์ ปัญหา อุปสรรค หรือการขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐต่อศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจฯ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาในการบริหารจัดการสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ มุ่งกระจายสินค้าอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
       ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาเอาเปรียบประชาชน หากพบการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569