ทีมประเทศไทยพร้อมขยายผลแนวคิด'Connect the Dots'สู่ระดับนานาชาติ ชู'Bangkok Blueprint'บนเวที IMF–World Bank Group Annual Meeting 2026

Category: คลัง
Published on Tuesday, 13 October 2026 11:33
Hits: 179

Trusted600ทีมประเทศไทยพร้อมขยายผลแนวคิด'Connect the Dots'สู่ระดับนานาชาติ ชู'Bangkok Blueprint'บนเวที IMF–World Bank Group Annual Meeting 2026
      ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF–World Bank Group Annual Meeting 2026) ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าร่วมงานในช่วงเย็นวันที่ 12 ตุลาคม 2569 โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงประเด็นการนำเสนอแนวทางการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ร่วมกับนานาประเทศ ว่า “วันนี้อยากให้ทุกคนรับทราบแนวนโยบายการเงินการคลังและทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยจะมีการนำเสนอเรื่องต่างๆ เช่น แพลตฟอร์มการต่อสู้กับสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมไซเบอร์ และอาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งประเทศไทยดำเนินการปราบปรามได้ดี จึงจะนำเรื่องนี้มานำเสนอต่อที่ประชุมครั้งนี้ด้วย เพราะอาชญากรรมทางการเงิน อาชญากรรมออนไลน์ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อทั่วโลก”
      ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันทำงานในคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ คณะอนุกรรมการ'Connect the Dots'เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินที่กระจายอยู่ในแต่ละหน่วยงานเข้าด้วยกัน ทั้งข้อมูลตัวตน พฤติกรรมทางการเงิน และเส้นทางเงิน ครอบคลุมทั้งตลาดเงิน ตลาดทุน สินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ หรือทรัพย์สินอื่นๆ เพื่อให้ทุกหน่วยงานเห็นความเสี่ยงชุดเดียวกันและหยุดเส้นทางเงินได้ทันเวลา ดังนั้น เพื่อให้การเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลทั่วถึงข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ
      ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้เตรียมขยายผลไปปรับใช้ในความร่วมมือระหว่างประเทศและนำเสนอ Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services ในการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meeting 2026 ในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เพื่อเป็นกรอบหลักการสำหรับประเทศสมาชิกในการร่วมกันป้องกันและสกัดกั้นภัยการเงินดิจิทัลอย่างเป็นระบบ
      โดยเน้นความร่วมมือในการวางรากฐานเชิงนโยบายและกฎหมายที่เข้มแข็ง การกำหนดแนวทางการป้องกันและตรวจจับอาชญากรรมไซเบอร์ ระหว่างประเทศ การกำหนดแนวทางการแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งภายในและระหว่างประเทศ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยตรวจจับเส้นทางการเงินข้ามพรมแดน เพื่อไม่ให้มิจฉาชีพเคลื่อนย้ายเงินข้ามพรมแดนได้โดยง่าย
     ในระยะต่อไป เพื่อผลักดันกระบวนการสกัดกั้นอาชญากรรมไซเบอร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมเร่งดำเนินการในด้านต่างๆ เพื่อหยุดยั้งและสกัดกั้นอาชญากรรมไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบรายละเอียดระบบการเชื่อมโยงข้อมูลระดับชาติ การยกระดับมาตรฐานการรู้จักลูกค้า (KYC) การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD) และการตรวจสอบอย่างเข้มงวด (EDD) ให้เทียบเท่าศูนย์กลางทางการเงินในต่างประเทศ การใช้หลักเกณฑ์การส่งต่อข้อมูลระหว่างผู้โอนและผู้รับโอน (Travel Rule) สำหรับธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล การเร่งติดตามและเชื่อมโยงข้อมูลของธุรกรรมทองคำ
      ดร.เอกนิติ กล่าวทิ้งท้ายว่า Connect the Dots หรือการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินของทุกหน่วยงานหลักไว้ด้วยกันจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถสกัดกั้นอาชญากรรมไซเบอร์ได้ตั้งแต่ต้นทาง และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินไทย และในการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meeting 2026 จะเป็นการต่อยอดแนวคิดของทีมประเทศไทยสู่ระดับสากลผ่านการจัดทำ'Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services'ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลจากระดับประเทศสู่ระดับระหว่างประเทศ ช่วยยกระดับการป้องกันและสกัดกั้นอาชญากรรมไซเบอร์ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป

'เอกนิติ'ชูการเติบโตทางเศรษฐกิจรอบใหม่ของไทย
     ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมสัมมนา 'Bangkok 1991-2026: Thailand’s Path to Resilient and Inclusive Growth'ร่วมกับผู้แทนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และผู้กำหนดนโยบายของไทย เพื่อย้อนบทเรียนตลอด 35 ปี นับจากครั้งล่าสุดที่กรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings และมองไปยังโอกาสทางเศรษฐกิจรอบใหม่ของประเทศไทย
     ดร.เอกนิติฯ กล่าวว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญของไทยในอดีตเกิดจากการเปิดประเทศ การลงทุนจากต่างประเทศ และการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการผลิตโลก แต่การเติบโตในอดีตขาดเสถียรภาพและนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจใน พ.ศ. 2540 ชดังนั้น การเติบโตทางเศรษฐกิจระลอกใหม่ (second take-off) จะต้องเป็นการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภาพ เทคโนโลยีดิจิทัล และเตรียมประเทศไทยให้พร้อมกับการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจไทย'ตกขบวน'
      ดร. เอกนิติฯ ยังเสริมว่า ไทยพร้อมปรับลดกฎเกณฑ์การประกอบธุรกิจเพื่อส้งเสริมภาคเอกชน โดยเปรียบเทียบภาคเอกขนเป็น'กองหน้า'ที่พร้อมทำประตู เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ส่วนภาครัฐจะเปรียบเสมือน'กองกลาง'ที่พร้อมสนับสนุนภาคเอกชน และเปรียบเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเป็น'กองหลัง'ที่ถือเป็นฐานรากที่แข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจไทย

Click Donate Support Web

Generali720

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100