ยึดและอายัดทรัพย์สิน 39 รายคดี 918 รายการ พร้อมดอกผล 1,902 ลบ. ส่งเรื่องอัยการ 28 รายคดี 1,645 รายการ 1,082 ลบ.
ยึดและอายัดทรัพย์สิน 39 รายคดี 918 รายการ พร้อมดอกผล 1,902 ลบ. ส่งเรื่องอัยการ 28 รายคดี 1,645 รายการ 1,082 ลบ.
สำนักงาน ปปง.แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 8/2569
สำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 8/2569 ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ การพนัน ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ โดยสรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจ ดังนี้
1. ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 39 รายคดี ทรัพย์สิน 918 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 1,902 ล้านบาท โดยมีข้อมูลรายคดีอื่นที่น่าสนใจ ดังนี้
1.1 รายคดี นายบุญ กับพวก อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกง อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีทรัพย์สินส่วนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 200/2568 รวมมูลค่าประมาณ 404 ล้านบาท (ย.159/2568) ในการพิจารณาครั้งนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 286 รายการ (ยานพาหนะ ที่ดิน ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 1,799 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 196/2569)
1.2 รายคดี นายเอกณัฐ์ กับพวก (กรณีนายอนันต์) กรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และความผิดฐานฟอกเงิน โดยมีทรัพย์สินส่วนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 191/2567 รวมมูลค่าประมาณ 42 ล้านบาท (ย.160/2567) ในการพิจารณาครั้งนี้ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 5 รายการ (เงินสด ทองรูปพรรณ และยานพาหนะ) รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 231/2569)
1.3 รายคดี กลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (นางสาวดวงฤดี กับพวก) โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 10 รายการ (เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 14 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 224/2569)
1.4 รายคดี กลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (นายนพรัตน์) โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 5 รายการ (ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันชีวิต) รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 221/2569)
2. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 28 รายคดี ทรัพย์สิน 1,645 รายการ มูลค่าประมาณ 1,082 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึด และอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
2.1 รายคดี บริษัท แม็กซิมเทรดเดอร์ โดยนายนีโอฮับ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยมีพฤติการณ์สร้างความน่าเชื่อถือ ชักจูง โน้มน้าวจัดสัมมนาแสดงผลตอบแทน เพื่อให้ผู้เสียหายเข้ามาร่วมลงทุน ตรวจสอบพบข้อมูลเชื่อมโยงกลุ่มผู้กระทำความผิดในประเทศจีน มีการถือครองทรัพย์สินแทนกัน ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินผ่านบุคคลและนิติบุคคลในลักษณะเป็นนอมินี โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 1,135 รายการ (เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด) รวมมูลค่าประมาณ 971 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 124/2569)
2.2 รายคดี กลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (นายชนนพัฒฐ์กับพวก) กรณีนี้มีการยึดและอายัดทรัพย์สินไว้แล้ว 2 ครั้ง รวมมูลค่าประมาณ 170 ล้านบาท (ย.286/2568 และ ย.81/2569) ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 16/2569 และคดีหมายเลขดำที่ ฟ 106/2569
ในการนี้ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (เพิ่มเติม) จำนวน 16 รายการ (เช่น ที่ดินพร้อม สิ่งปลูกสร้าง สินค้าแบรนด์เนม ยานพาหนะและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 13 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 151/2569)
2.3 รายคดี กลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ชื่อบัญชี นายบุลากรกับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 6 รายการ(เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 70 ล้านบาท (คำสั่ง ย.123/2569)
3. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 10 รายคดี ทรัพย์สิน 30 รายการ มูลค่าประมาณ 548 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
3.1 รายคดี นางสาวสิฬิฬินณนี กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับกรณีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย 3 ราย) ทรัพย์สินจำนวน 2 รายการ (ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 14 ล้านบาท (คำสั่ง ย.99/2569)
3.2 รายคดี ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี มายเนอร์ คริปโตเคอเรนซี่ กับพวก กรณีหลอกลวงให้ประชาชนร่วมลงทุน อันเป็นพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย 297ราย) ทรัพย์สินจำนวน 263 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 252 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 229/2568)
4. ส่งรายชื่อให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ผู้มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย เป็นบุคคล ที่ถูกกำหนดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2559 จำนวน 8 รายคดี














