ARDA ดัน Radar4Flood เตือนฝน–น้ำท่วมล่วงหน้า ช่วยเกษตรกรรับมือภัยพิบัติ ฝนจะตกหนัก น้ำจะมาเมื่อไร พื้นที่ไหนเสี่ยง?'รู้ก่อน รับมือทัน'
ARDA ดัน Radar4Flood เตือนฝน–น้ำท่วมล่วงหน้า ช่วยเกษตรกรรับมือภัยพิบัติ ฝนจะตกหนัก น้ำจะมาเมื่อไร พื้นที่ไหนเสี่ยง?'รู้ก่อน รับมือทัน'
Radar4Flood ใช้ข้อมูลเรดาร์ตรวจฝนและสถานีวัดน้ำ ช่วยเตือนสถานการณ์แบบใกล้เวลาจริง ให้เกษตรกรมีเวลาเก็บเกี่ยว ขนย้ายเครื่องจักร เปิดทางน้ำ และย้ายสัตว์เลี้ยงก่อนเกิดเหตุ
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร หรือ ARDA สนับสนุนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พัฒนา'Radar4Flood'” ระบบติดตามและคาดการณ์ฝนตกหนัก–น้ำท่วมฉับพลัน จากเดิมที่งานวิจัยอยู่ในห้องทดลอง ถูกนำไปใช้จริงในพื้นที่เสี่ยงแล้ว 4 ลุ่มน้ำ ครอบคลุมกว่า 3.36 ล้านไร่ และพื้นที่เกษตรประมาณ 1.8 ล้านไร่
⛈️ จุดสำคัญที่ชาวบ้านต้องรู้
Radar4Flood ไม่ได้บอกแค่ว่า'ฝนจะตก'แต่ช่วยดูว่า ฝนกำลังเคลื่อนไปทางไหน ตกหนักแค่ไหน และพื้นที่ไหนมีความเสี่ยง
ระบบอัปเดตข้อมูลฝนทุก 10 นาที ในระดับพื้นที่ละเอียดประมาณ 600 x 600 เมตร และคาดการณ์แนวโน้มฝนล่วงหน้าได้ประมาณ 3 ชั่วโมง ขณะที่ระบบแบบจำลองสามารถประเมินความเสี่ยง น้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และการกัดเซาะหน้าดินล่วงหน้าได้ถึง 24 ชั่วโมง และปรับข้อมูลใหม่ทุก 1 ชั่วโมง
🚜 สำหรับเกษตรกร'เวลาที่เพิ่มขึ้น'มีค่ามาก
หากรู้ล่วงหน้า เกษตรกรสามารถ เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต ขนย้ายเครื่องจักร เปิดทางระบายน้ำ ป้องกันแปลงเพาะปลูก และย้ายสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่ชาวบ้านสามารถหลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำหลาก ขนย้ายทรัพย์สิน และเตรียมอพยพได้ทัน
ปัจจุบันระบบนำร่องครอบคลุม 4 ลุ่มน้ำ ได้แก่ ลุ่มน้ำทับมา–คลองสะพาน จ.ระยอง ลุ่มน้ำลำตะคอง จ.นครราชสีมา และลุ่มน้ำคลองสวนหมาก จ.กำแพงเพชร ครอบคลุมประชาชนประมาณ 1 ล้านคน หรือ 560,000 ครัวเรือน และมีหน่วยงานนำระบบไปใช้แล้ว 20 แห่ง
อีกด้านหนึ่ง คณะวิจัยยังทำงานกับท้องถิ่นและเครือข่ายชุมชน ครอบคลุม 72 ตำบล พร้อมสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภัยในชุมชนกว่า 500 คน
📍 ไม่หยุดแค่ 4 ลุ่มน้ำ
ปี 2569 มีแผนขยายระบบไปยังพื้นที่เสี่ยงใน พะเยา ชัยภูมิ ขอนแก่น สงขลา และพัทลุง และตั้งเป้าขยายต่อไปยัง 8 ลุ่มน้ำเสี่ยงภัยในภาคเหนือภายในปี 2571 ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมประชาชนเพิ่มอีกประมาณ 6.42 ล้านคน และพื้นที่เกษตรประมาณ 15.7 ล้านไร่
หัวใจของ Radar4Flood ไม่ใช่การหยุดฝน แต่คือการ'ซื้อเวลา'ให้คนในพื้นที่รู้ก่อนและเตรียมตัวได้เร็วขึ้น เพราะสำหรับเกษตรกร เวลาที่เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง อาจหมายถึงผลผลิตที่ยังรักษาไว้ได้ เครื่องจักรที่ไม่ถูกน้ำท่วม และชีวิตที่ปลอดภัย














