กกพ.แจงปมสรรหา กกพ. ช้า-อาคารสำนักงานสร้างไม่เสร็จ

Category: พลังงาน
Published on Saturday, 25 July 2026 23:39
Hits: 114

วรวิทย์กกพ.แจงปมสรรหา กกพ. ช้า-อาคารสำนักงานสร้างไม่เสร็จ
        นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ชี้แจงกรณีกลุ่มบุคคลพยายามเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ และแสดงความคิดเห็นพาดพิง กกพ. ด้วยอคติส่วนตัวในหลายประเด็น จนอาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดด้วยกัน 2 ประเด็น คือ การสรรหากรรมการกำกับกิจการพลังงานล่าช้า และโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงาน กกพ. ที่ยังไม่เสร็จสิ้น
        กรณีการสรรหา กกพ. ที่ล่าช้านานกว่า 2 ปีนั้น ตามกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ กกพ. เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ไม่ได้เป็นต้นเหตุของความล่าช้า ในกฎหมายกำหนดให้ สำนักงาน กกพ. ทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการ ซึ่งมีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 ให้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา กกพ. เพราะจะมี กกพ. บางส่วนครบวาระในเดือนกันยายน 2567 ต่อมารัฐมนตรีได้คัดเลือกกรรมการสรรหาครบ 8 คน และนำรายชื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ แต่กลับไม่นำรายชื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นเหตุให้คณะกรรมการสรรหา กกพ. ไม่สามารถเริ่มกระบวนการสรรหา กกพ. ได้ เท่านั้นไม่พอยังขอ ครม. คืนเรื่องกลับมาพิจารณาทบทวน แต่ก็ไม่เคยมีการทบทวนใดๆ จนกระทั่งพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี เมื่อนายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี และทราบเรื่องก็เร่งดำเนินการ
       ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาชุดใหม่ใกล้แล้วเสร็จ ส่วนการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ด้วยงบประมาณกว่า 600 ล้านบาท ที่สะดุดหยุดลงนั้น มีเหตุมาจากผู้รับเหมาหยุดก่อสร้างและยื่นฟ้องศาลปกครองกลางขอยกเลิกสัญญา มูลเหตุการณ์ฟ้องร้องที่แท้จริงไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่า มีต้นเหตุจากผู้รับเหมาไม่สามารถก่อสร้างคืบหน้าได้ตามแผนเพราะได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด ซึ่ง ครม. มีมติให้ยกเว้นค่าปรับ ในประเด็นนี้สำนักงาน กกพ. ไม่ได้มีข้อขัดข้องใดๆ แต่เห็นว่า ครม. ไม่ได้ยกเว้นค่าเสียหาย ซึ่งเป็นค่าเสียหายจากการที่สำนักงาน กกพ. ต้องจ่ายค่าเช่าอาคารจัตุรัสจามจุรี ให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยปีละ 50 ล้านบาท ระหว่างที่ไม่สามารถย้ายไปใช้อาคารสำนักงานใหม่ สำนักงาน กกพ. เป็นหน่วยงานของรัฐ ต้องรักษาผลประโยชน์ของรัฐ จึงไม่สามารถละเว้นค่าเสียหายได้
       สำหรับ ข้อกล่าวหา กกพ. ขาดประสิทธิภาพ เป็นการกล่าวที่เลื่อนลอยปนอคติ เพราะ กกพ. ทุกชุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง พยายามไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้าแทรกแซงจนเกิดความไม่พอใจหลายครั้ง ที่ผ่านมา กกพ. สามารถตรวจสอบพบมูลค่าก๊าซธรรมชาติในราคา Short fall มูลค่ารวมประมาณ 18,000 ล้านบาทที่ยังไม่ได้ส่งมาเพื่อลดค่าไฟฟ้า จึงออกคำสั่งให้ส่งราคา Short fall ได้แล้ว 4,300 ล้านบาท
        ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการติดตาม ซึ่งคาดว่า จะเสร็จสิ้นภายในปี 2569 นอกจากนี้ กกพ. เป็นผู้ริเริ่มขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปรับปรุงค่าไฟฟ้าโครงการ Adder และ FiT ที่ฝ่ายนโยบายเป็นผู้กำหนดราคารับซื้อหน่วยละ 5 - 11 บาท ซึ่งประชาชนต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงเกินจริงหน่วยละ 17 สตางค์ หรือปีละ 33,000 ล้านบาท อันเป็นต้นเหตุที่ทำให้ค่าไฟฟ้าแพง ปรากฏว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกลับปฏิเสธว่า ไม่สามารถดำเนินการได้
       กระทั่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเพียงไม่กี่เดือน ก็สามารถนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมีมติยกเลิกสัญญาชั่วนิรันดร์ พร้อมกับปรับปรุงราคารับซื้อไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงตามมาตรา 65 (1) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 จาก 11 บาทต่อหน่วย เหลือเพียง 2.15 บาทต่อหน่วย
      “แม้ กกพ. ปัจจุบันจะเหลือ 4 คน ก็ยังมุ่งมั่นทำหน้าที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สามารถรักษาเสถียรภาพราคาไฟฟ้าไม่ให้สร้างภาระให้กับประชาชน แต่กลับมีผู้ตั้งข้อกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริงด้วยความอคติ เพราะไม่พอใจที่ไม่สามารถครอบงำสั่งการ กกพ. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระด้านพลังงานได้”นายวรวิทย์ย้ำ และกล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าไม่สาละวนยุ่งกับการยกร่างกฎหมาย ความล่าช้าและความไร้ประสิทธิภาพต่างๆ คงไม่เกิดขึ้น

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100