ศุภจี ถกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ร่วมมือความมั่นคงอาหาร ดันขายข้าว ไข่ เนื้อสัตว์ เกษตร
ศุภจี ถกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ร่วมมือความมั่นคงอาหาร ดันขายข้าว ไข่ เนื้อสัตว์ เกษตร
ศุภจี เผยผลหารือกับรัฐมนตรีสิงคโปร์ ในช่วงการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปก ผลักดันร่วมมือความมั่นคงอาหาร ชูสินค้าข้าว ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ สินค้าเกษตร ป้อนความต้องการ และขอเร่งประชุม STEER ภายในปีนี้ จากเดิมกำหนดไว้ปี 70 เพื่อร่วมมือการค้าให้ทันต่อความผันผวนเศรษฐกิจ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ด้านสิงคโปร์ชวนไทยเข้าร่วมกรอบความร่วมมือ FIT P
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้พบกับ น.ส.เกรซ ฟู ไห่ เหยียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ ในช่วงการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปก (APEC Ministers Responsible for Trade) ณ เมืองซูโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้หารือในประเด็นความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และการสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน โดยไทยเสนอให้ยกระดับความร่วมมือจากการซื้อขายทั่วไป ไปสู่แนวคิดความมั่นคงทางอาหารในช่วงวิกฤตที่มีความเป็นรูปธรรม ทั้งในเรื่องปริมาณสินค้าและเสถียรภาพด้านราคา โดยผลักดันข้าวเป็นสินค้าเริ่มต้นสำคัญ และพร้อมขยายความร่วมมือไปยังสินค้าบริโภคอื่น อาทิ ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ และสินค้าเกษตรสำคัญ ทั้งสินค้าอาหารกระป๋องและวัตถุดิบอาหารทะเล
“ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และได้เสนอจัดเวิร์กชอประดับเทคนิคระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม มีความสร้างสรรค์ และปฏิบัติได้จริง รวมทั้งสิงคโปร์มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการด้านการค้าและระบบห่วงโซ่อุปทาน จึงเห็นว่าสองฝ่ายยังสามารถร่วมมือกันในการเป็นหุ้นส่วนด้านห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็งได้ด้วย”
ทั้งนี้ ไทยได้ผลักดันให้มีการประชุมกรอบความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยละสิงคโปร์ (STEER) ภายในปีนี้ จากเดิมที่มีกำหนดประชุม ในปี 2570 เพื่อติดตามและเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการค้าระหว่างกันให้ได้ทันต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
ส่วนสิงคโปร์ได้ชวนไทยเข้าร่วมกรอบความร่วมมือพหุภาคี Future of Investment and Trade Partnership หรือ FIT P ที่มีสมาชิกแล้วกว่า 16 ประเทศ เพื่อเสริมความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทาน การค้าดิจิทัล และนวัตกรรมในอนาคตท่ามกลางความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก และได้เชิญชวนให้ไทยเข้าร่วมการประชุมในระดับรัฐมนตรีของกรอบ FIT P ในเดือน ก.ค.2569 ที่นิวซีแลนด์ด้วย โดยไทยได้ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อความร่วมมือดังกล่าว แต่ยังต้องผ่านกระบวนการภายในประเทศก่อนตัดสินใจเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายต่างเห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือภูมิภาคโดยเฉพาะในอาเซียนที่สามารถดำเนินงานร่วมกันในการแก้ไขวิกฤติต่างๆ เช่น เรื่องอาหารและพลังงานภายในอาเซียน เป็นต้น
สิงคโปร์เป็นคู่ค้าลำดับ 3 ของไทยในอาเซียนและอันดับ 9 ในโลก การค้าสองฝ่ายในปี 2568 มีมูลค่ารวม 19,658.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 10.75% โดยในช่วง 3 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-มี.ค.) มูลค่ารวม 6,716.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นไทยส่งออก 4,482.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 86.33% นำเข้า 2,234.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 31.67% สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออก ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป สินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ และแผงวงจรไฟฟ้า สินค้านำเข้าจากสิงคโปร์ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เคมีภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช และแผงวงจรไฟฟ้า














