กรมพัฒน์ สแกนบริษัทต่างชาติ'เกาะพะงัน-เกาะสมุย'เจอ 11,426 ราย ลุยสอบ-ฟันนอมินี
กรมพัฒน์ สแกนบริษัทต่างชาติ'เกาะพะงัน-เกาะสมุย'เจอ 11,426 ราย ลุยสอบ-ฟันนอมินี
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าสแกนบริษัทที่ตั้งอยู่บน 2 เกาะชื่อดัง'เกาะพะงัน-เกาะสมุย'จ.สุราษฎร์ธานี ที่มีคนต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุน พบมีจำนวนสูงถึง 11,426 ราย คิดเป็น 67.97% ของบริษัทที่มีอยู่ทั้ง 2 เกาะ ไม่แปลกใจได้ยินข่าวต่างชาติยึดไปหมดแล้ว เผยเกาะพะงัน อิสราเอล มากสุด เกาะสมุย ฝรั่งเศสมากสุด ยันเดินหน้าปราบต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือ 23 หน่วยงานพันธมิตรที่เพิ่งเซ็น MOU กันไป ให้ช่วยใช้กฎหมายที่มีอยู่ร่วมจัดการ เล็งตรวจสอบจังหวัดอื่นๆ ต่อเนื่อง
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้เปิดปฏิบัติการสแกนนิติบุคคลแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง'เกาะพะงัน-เกาะสมุย'จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อสกัดกั้นทุนต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินี หลังเกิดกระแสปากต่อปากต่างชาติยึดเกาะพะงัน-เกาะสมุยไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเมื่อพิจารณาจากจำนวนบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุนประกอบกิจการบนเกาะพะงันและเกาะสมุย พบว่า มีจำนวนถึง 11,426 ราย คิดเป็น 67.97% ของบริษัททั้งหมดบน 2 เกาะ ที่มีอยู่ 16,811 ราย
ซึ่งบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุนดังกล่าวมีทั้งที่ประกอบธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมายและที่หลีกเลี่ยงโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี ซึ่งกรมได้หยิบยกขึ้นเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการปราบปรามอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งมีการทำงานเชิงรุกร่วมกับ 23 หน่วยงานพันธมิตรที่ได้ร่วมกันลงนาม MOU ป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ภายใต้แนวคิด'ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี'เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดในลักษณะนอมินีมาลงโทษให้สิ้นซาก
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กรมได้คำนึงถึงการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มากกว่าการควบคุมการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ อีกทั้งมองถึงเจตนาดีในการเข้ามาลงทุนของชาวต่างชาติ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการจ้างงานในประเทศและสร้างความเจริญเติบโตแก่ระบบเศรษฐกิจ แต่ด้วยความเห็นแก่ได้ของนักลงทุนชาวต่างชาติบางรายที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ประกอบธุรกิจโดยมิได้รับอนุญาต
รวมทั้งคนไทยบางกลุ่มที่เห็นแก่ผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ยอมร่วมกระทำความผิดให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติ จึงทำให้การประกอบธุรกิจเกิดการบิดเบี้ยวและทำลายระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ แต่นับแต่นี้เป็นต้นไป กรมพร้อมกำกับดูแลการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจที่มีชาวต่างชาติลงทุนอย่างรัดกุมและเข้มงวด หากเข้ามาประกอบธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมาย ก็พร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ เพราะถือว่ามาร่วมสร้างความเจริญให้ประเทศ แต่หากเข้ามาในรูปแบบสีเทาใช้คนไทยเป็นนอมินี ตักตวงผลประโยชน์เข้าตนเองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ก็พร้อมปราบปรามอย่างหนักเพราะถือเป็นอาชญากรทางเศรษฐกิจที่เข้ามาบ่อนทำลายประเทศ
สำหรับ ข้อมูลที่กรมได้สแกนนิติบุคคลที่ เกาะพะงันและเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมระดับโลก ที่มีโอกาสจะมีการประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินีสูง พบว่า มีบริษัทจำกัดจำนวน 21,717 ราย โดยบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุนถึง 11,649 ราย คิดเป็นสัดส่วน 53.6% ของบริษัทที่มีอยู่ทั้งหมด โดยสัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.ฝรั่งเศส 2,365 ราย สัดส่วน 20% 2.อังกฤษ 1,446 ราย สัดส่วน 12% 3.รัสเซีย 1,205 ราย สัดส่วน 10% 4.อิสราเอล 1,147 ราย สัดส่วน 10% 5.เยอรมัน 608 ราย สัดส่วน 5% 6.จีน 569 ราย สัดส่วน 5% 7.อเมริกัน 444 ราย สัดส่วน 4% 8.ออสเตรเลียน 335 ราย สัดส่วน 3% 9.อิตาเลียน 258 ราย สัดส่วน 2% และ 10.เบลเยียน 222 ราย สัดส่วน 2%
หากแยะเฉพาะเกาะพะงัน มีบริษัทจำกัดจำนวน 4,761 ราย โดยบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน 3,213 ราย สัดส่วน 67.48% ของบริษัทที่มีอยู่ทั้งหมด สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.อิสราเอล 720 ราย สัดส่วน 22% 2.ฝรั่งเศส 426 ราย สัดส่วน 13% 3.อังกฤษ 359 ราย สัดส่วน 11% 4.รัสเซีย 306 ราย สัดส่วน 10% 5.เยอรมัน 194 ราย สัดส่วน 6% 6.อเมริกัน 144 ราย สัดส่วน 4% 7.อิตาเลียน 89 ราย สัดส่วน 3% 8.ยูเครน 69 ราย สัดส่วน 2% 9.ออสเตรเลียน 58 ราย สัดส่วน 2% และ 10.เบลเยียม 56 ราย สัดส่วน 2%
เกาะสมุย มีบริษัทจำกัดจำนวน 12,050 ราย โดยบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 8,213 ราย สัดส่วน 68.16% ของบริษัทที่มีอยู่ทั้งหมด สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.ฝรั่งเศส 1,937 ราย สัดส่วน 24% 2.อังกฤษ 1,077 ราย สัดส่วน 13% 3.รัสเซีย 885 ราย สัดส่วน 11% 4.จีน 478 ราย สัดส่วน 6% 5.อิสราเอล 419 ราย สัดส่วน 5% 6.เยอรมัน 406 ราย สัดส่วน 5% 7.อเมริกัน 291 ราย สัดส่วน 4% 8.ออสเตรเลียน 273 ราย สัดส่วน 3% 9.สวิส 173 ราย สัดส่วน 2% และ 10.อิตาเลียน 169 ราย สัดส่วน 2%
“จากข้อมูลตัวเลขบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน ณ เกาะพะงันและเกาะสมุย ที่มีจำนวนถึง 11,426 ราย คิดเป็น 67.97% ของบริษัททั้งหมดของทั้ง 2 เกาะ ที่มีอยู่ 16,811 ราย โดยจากการเจาะลึก พบว่า ชาวต่างชาติที่เข้ามาร่วมลงทุนบน 2 เกาะ เป็นนักลงทุนจากกลุ่มประเทศเดียวกัน จึงไม่แปลกใจที่จะได้ยินว่าต่างชาติยึดเกาะพะงัน-เกาะสมุยไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกรมขอความร่วมมือหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมลงนาม MOU ที่ผ่านมา ให้จับมือกันอย่างเหนียวแน่นเพื่อร่วมกันเปิดปฏิบัติการทลายนอมินีบนเกาะพะงันและเกาะสมุย โดยร่วมแรงร่วมใจใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของแต่ละหน่วยงานมาบังคับใช้อย่างเข้มงวดและจริงจัง เพื่อร่วมกันเปลี่ยนการค้าการลงทุนที่ไม่ถูกต้อง ให้เป็นสิ่งที่ถูกต้องและเปลี่ยนจากการอำพรางให้กลายเป็นความโปร่งใส”นายพูนพงษ์กล่าว
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมและหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตรวจสอบธุรกิจบนเกาะพะงันไปบ้างแล้ว พบธุรกิจที่มีลักษณะต้องสงสัยเกี่ยวกับการใช้คนไทยเป็นนอมินี ใน 2 กลุ่มธุรกิจ คือ 1.สำนักงานบัญชี ภายใต้ชื่อสำนักงานเฟิร์สคอนซัลแทนส์ ยูนิเวอร์แซล เซอร์วิส (บริษัท เฟิร์ส คอนซัลแทนส์ 47 จำกัด) โดยเจ้าของสำนักงานแห่งนี้มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ใน 66 บริษัท
โดยได้ลงพื้นที่มีความเชื่อมโยงกับเจ้าของสำนักงานบัญชีดังกล่าว (อาคารพาณิชย์ 2 แห่ง และบ้านพัก) พบว่า อาคารพาณิชย์ที่ลงตรวจเป็นที่ตั้งของนิติบุคคลรวมกันถึง 89 แห่ง โดยไม่ปรากฏการประกอบธุรกิจจริงในบางห้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจยึดเอกสารและคอมพิวเตอร์เพื่อนำไปตรวจสอบว่ามีการใช้คนไทยเป็นนอมินีในการประกอบธุรกิจแทนชาวต่างชาติหรือไม่ และใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินทางคดี














