ทีมไทยแลนด์ เตรียมบินสหรัฐฯ 13-14 พ.ค.นี้ แก้ต่าง USTR ใช้ ม.301 กล่าวหาไทย
ทีมไทยแลนด์ เตรียมบินสหรัฐฯ 13-14 พ.ค.นี้ แก้ต่าง USTR ใช้ ม.301 กล่าวหาไทย
ทีมไทยแลนด์เตรียมบินเจรจาสหรัฐฯ วันที่ 13-14 พ.ค.นี้ เพื่อแก้ต่างกรณี USTR ใช้ ม.301 กล่าวหาไทยมีกำลังการผลิตส่วนเกิน และนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับ มั่นใจชี้แจงได้ เหตุไทยไม่มีกำลังการผลิตส่วนเกินใน 3 อุตสาหกรรม ทั้งยานยนต์ เครื่องจักร และผลิตภัณฑ์ยาง แต่กังวลเรื่องการนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ แม้ไทยไม่เคยนำเข้าสินค้าเหล่านี้
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 13-14 พ.ค.2569 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากรัฐบาลไทยเพิ่มเติมกรณีเปิดไต่สวนไทย ภายใต้มาตรา 301 กฎหมายการค้าสหรัฐฯ หลังจากกล่าวหาไทยมีกำลังการผลิตส่วนเกินใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ ยานยนต์ เครื่องจักร และผลิตภัณฑ์ยาง เพื่อขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าไทย และไทยได้ส่งคำแก้ต่างกรณีดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 15 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา โดยกรมเตรียมนำคณะ ประกอบด้วยหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งกรมศุลกากร กรมสหรัฐอเมริกา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กระทรวงแรงงาน เดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดอีกครั้ง
สำหรับ ประเด็นที่จะชี้แจงเพิ่มเติม คือ การย้ำให้สหรัฐฯ เห็นว่า ไทยไม่มีกำลังการผลิตส่วนเกินใน 3 อุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมของไทย อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของสหรัฐฯ มั่นใจว่า คำแก้ต่างของไทยฟังขึ้น แต่ที่กังวล คือ ข้อกล่าวหาการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับ ซึ่งสหรัฐฯ มีแนวโน้มใช้เกณฑ์ดังกล่าวอย่างเข้มงวด และอาจเลือกปฏิบัติต่อบางประเทศ อีกทั้งยังมีข้อกังขาเกี่ยวกับกระบวนการพิสูจน์ว่าแหล่งผลิตต้นทางมีการใช้แรงงานบังคับจริงหรือไม่
“การนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับ เรายืนยันไปชัดเจนว่า ไม่มีการนำเข้าแน่นอน และแม้แต่ในไทยเอง ก็มีมาตรฐานแรงงานตามมาตรฐานสากล และสอดคล้องกับกฎหมายแรงงานสหรัฐฯ โดยที่ผ่านมา ไทยแก้ไขกฎหมายแรงงาน เพื่อยกระดับมาตรฐานแรงงานอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด กระทรวงแรงงาน กำลังยกร่างกฎหมาย Human Rights Due Diligence ในการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของสินค้าได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยืนยันว่า ไทยไม่ได้ใช้แรงงานบังคับ และสร้างความเชื่อมั่นต่อคู่ค้าระหว่างประเทศ”นางอารดากล่าว
นางอารดา กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเร่งไต่สวนให้เสร็จโดยเร็ว หรือก่อนที่การเก็บภาษี 10% ตามมาตรา 122 จะสิ้นสุดวันที่ 24 ก.ค.2569 เพื่อให้การเก็บภาษีตามมาตรา 301 บังคับใช้ได้ทันที โดยหากไทยไม่สามารถแก้ต่างได้ทั้ง 2 ประเด็น สหรัฐฯ จะเก็บภาษีนำเข้าจาก 3 อุตสาหกรรมของไทยในอัตราสูง โดยอาจสูงเกินภาษีตอบโต้ที่เก็บจากไทย 19% ซึ่งจะกระทบ SME ไทยแน่นอน ส่วนประเด็นแรงงานบังคับ
หากไทยแก้ต่างไม่สำเร็จ ก็ยังไม่ชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าใดของไทย เพราะในการกล่าวหาไทย ไม่ได้ระบุสินค้าที่ไทยนำเข้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับเลย แต่คาดว่า อาจเป็นกลุ่มสินค้าเครื่องนุ่งห่มและสินค้าเกษตร
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสหรัฐฯ ใช้มาตรการใดๆ กับสินค้าไทย กระทรวงพาณิชย์ จะยังคงเดินหน้าเจรจาเพื่อขอยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยเป็นรายการ เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ส่งออกต่อไป














