GDP Q4 ปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 2.5 ปี 2569 คาดขยายตัวในช่วงร้อยละ 1.5 -2.5

Category: สภาพัฒน์ฯ สศช.
Published on Monday, 16 February 2026 05:13
Hits: 2352

GDP Q4 ปี 2568GDP Q4 ปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 2.5 ปี 2569 คาดขยายตัวในช่วงร้อยละ 1.5 -2.5


เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ สี่ของปี 2568 ทั้งปี 2568 และแนวโน้มปี 2569
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่สี่ของปี 2568 ทั้งปี 2568 และแนวโน้มปี 2569 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สี่ของปี 2568
       เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สี่ของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 2.5 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 1.2 ในไตรมาสที่สามของปี2568 และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สี่ของปี 2568 ขยายตัวจากไตรมาสที่สามของปี 2568 ร้อยละ 1.9 (QoQ_SA) รวมทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ2.4 เทียบกับการ ขยายตัวร้อยละ 2.9 ในปี 2567
       ด้านการใช้จ่าย การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเร่งขึ้น การลงทุนรวมขยายตัวในเกณฑ์สูงการใช้จ่ายภาครัฐกลับมาขยายตัว ขณะที่การส่งออกสินค้าชะลอตัวและการส่งออกบริการลดลงต่อเนื่องการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ขยายตัวร้อยละ 3.3 เร่งขึ้นจากร้อยละ 2.5 ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการขยายตัวของการใช้จ่ายในทุกหมวด โดยการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนขยายตัวเร่งขึ้นก่อนมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะแรก (EV 3.0) จะสิ้นสุดลง
       และการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนและกึ่งคงทนได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ ในรายหมวด การใช้จ่ายในหมวดบริการขยายตัวร้อยละ 3.0 เร่งขึ้นจากร้อยละ 2.0 ในไตรมาสก่อน ตามการขยายตัวเร่งขึ้นของการใช้จ่ายกลุ่มบริการด้านสุขภาพ และบริการขนส่งเป็นสำคัญ การใช้จ่ายหมวดสินค้าคงทนขยายตัวร้อยละ 12.2 เร่งขึ้นจากร้อยละ 6.0 ในไตรมาสก่อนหน้า โดยการใช้จ่ายเพื่อซื้อยานพาหนะขยายตัวในเกณฑ์สูงร้อยละ 26.4 เทียบกับร้อยละ 13.9 ในไตรมาสก่อน
      ส่วนการใช้จ่ายหมวดสินค้ากึ่งคงทนขยายตัวร้อยละ 2.6 เร่งขึ้นจากร้อยละ 0.8 ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการขยายตัวของการใช้จ่ายกลุ่มเสื้อผ้าและรองเท้า และกลุ่มเครื่องเรือนและเครื่องตกแต่งการใช้จ่ายหมวดสินค้าไม่คงทนขยายตัวร้อยละ 2.6 ต่อเนื่องจากร้อยละ 2.9 ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการขยายตัวของการใช้จ่ายกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเป็นสำคัญ สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 45.9 จากระดับ 44.7 ในไตรมาสก่อนหน้า
      การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลกลับมาขยายตัวร้อยละ 1.3 เทียบกับการลดลงร้อยละ 3.9 ในไตรมาสก่อน โดยค่าตอบแทนแรงงาน ค่าซื้อสินค้าและบริการ และรายจ่ายการโอนเพื่อสวัสดิการสังคมที่ไม่เป็นตัวเงินสำหรับสินค้าและบริการในระบบตลาดขยายตัวร้อยละ 0.7 ร้อยละ 2.8 และร้อยละ 2.4 ตามลำดับ สำหรับอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำในไตรมาสนี้อยู่ที่ร้อยละ 39.5 (สูงกว่าอัตราเบิกจ่ายร้อยละ 20.2 ในไตรมาสก่อน และร้อยละ 35.4 ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน) รวมทั้งปี 2568 การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน และการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลขยายตัวร้อยละ 2.7 และร้อยละ 0.6 ชะลอลงจากร้อยละ 4.4 และร้อยละ 2.6 ในปี 2567 ตามลำดับ

 

คลิกอ่านต่อฉบับเต็ม
News เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่สี่-ทั้งปี-2568-และแนวโน้มปี-2569

 

ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่สี่ ทั้งปี 2568 และแนวโน้มปี2569
      เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สี่ของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 2.5 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 1.2 ในไตรมาสที่สามของปี 2568 และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สี่ของปี 2568 ขยายตัวจากไตรมาสที่สามของปี 2568 ร้อยละ 1.9 (QoQ_SA) รวมทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 2.4 เทียบกับการขยายตัวร้อยละ 2.9 ในปี 2567
      เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สี่ ทั้งปี 2568 และแนวโน้มปี 2569 การรักษาบรรยากาศทางเศรษฐกิจและการเมืองหลังการเลือกตั้ง โดยให้ความส าคัญกับการเร่งรัดกระบวนการจัดท างบประมาณปี 2570 ควบคู่ไปกับการด าเนินนโยบายที่สำคัญๆ ที่มีผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการเร่งรัดกระบวนการเจรจาทางการค้ากับประเทศสำคัญ รวมทั้งการรักษาวินัยทางการคลังโดยการด าเนินการตามกรอบแผนการคลังระยะปานกลางและการสร้างศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว

 

การขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชน โดยให้ความสำคัญกับ
       (1) การเร่งดำเนินการระบบ Thailand FastPass (2) การปรับปรุงระบบการขออนุญาตแบบรวมศูนย์ผ่านช่องทางดิจิทัลแพลตฟอร์ม (3) การยกระดับความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการลงทุน โดยเฉพาะด้านการจัดหาพลังงาน (4) การให้สิทธิประโยชน์โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ (Local value added) (5) การส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบของกิจการร่วมทุน (Joint venture) และการเชื่อมโยงธุรกิจ และ (6) การใช้ประโยชน์จากการเบี่ยงเบนทางการค้าและการลงทุนที่เกิดจากมาตรการกีดกันทางการค้า
       การขับเคลื่อนภาคการส่งออก โดยให้ความสำคัญกับ (1) การขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและตลาดใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยง และลดการพึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ (2) การลดผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ (3) การลดต้นทุนการผลิต การบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในปี 2569 ควรให้ความสำคัญกับและต้นทุนการด าเนินธุรกิจ (4) การส่งเสริมการใช้สินค้าและวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางในประเทศ (5) การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการส าคัญของประเทศคู่ค้าที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2569 – 2570 และ (6) การส่งเสริมให้ภาคธุรกิจบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนการเร่งรัดการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้น
       (1) การส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูงเพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ (2) การยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยนักท่องเที่ยว(3) การปราบปรามอาชญากรรมและเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายข้ามชาติที่แฝงตัวกับการท่องเที่ยว (4) การดูแลและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ และ (5) การเร่งแก้ปัญหาความแออัดในการเดินทางและส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองการแก้ไขปัญหาด้านการเข้าถึงสินเชื่อของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน ได้แก่ (1) การลดแรงกดดันจากสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในภาคครัวเรือน (2) การให้ความช่วยเหลือทางการเงินให้แก่ ภาคธุรกิจ SMEs ที่มีศักยภาพแต่ประสบปัญหาด้านการเข้าถึงสภาพคล่องและได้รับผลกระทบซ้ าเติมจากมาตรการกีดกันทางการค้า (3) การเร่งด าเนินการตามแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน และ (4) การสร้างความตระหนักรู้ทางการเงิน

 

ปัจจัยสนับสนุน
• การขยายตัวต่อเนื่องของอุปสงค์ภาคเอกชนในประเทศ
• การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐ
• การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการเกี่ยวเนื่อง
• ปริมาณน้ าที่เอื้ออ านวยต่อการผลิตภาคเกษตร

 

ข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยง
• ความผันผวนของระบบเศรษฐกิจและการค้าโลก
• หนี้สินภาคครัวเรือนและธุรกิจที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง
• ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ
• เงื่อนไขและบรรยากาศทางเศรษฐกิจและการเมืองหลังการเลือกตั้ง

     ด้านการใช้จ่าย การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเร่งขึ้น การลงทุนรวมขยายตัวในเกณฑ์สูง การใช้จ่ายภาครัฐกลับมาขยายตัว
ขณะที่การส่งออกสินค้าชะลอตัวและการส่งออกบริการลดลงต่อเนื่องด้านการผลิต สาขาการขายส่งและการขายปลีก และสาขาการขนส่ง และสถานที่เก็บสินค้าขยายตัวเร่งขึ้น สาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม และสาขาการก่อสร้างกลับมาขยายตัว ขณะที่สาขาเกษตรกรรม และสาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหารชะลอตัวลง

 

คลิกอ่านต่อฉบับเต็ม
เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่สี่-ทั้งปี-2568-และแนวโน้มปี-2569

 

Click Donate Support Web 

SME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100ใจฟู720x100px